แพทย์เฒ่าเฉินเองก็คาดไม่ถึงว่าจะได้พบจวิ้นจู่น้อยหย่งอานในจวนของตน
เมื่อได้ยินคำพูดของจวิ้นจู่น้อย เขาก็หัวเราะเสียงดังสองครั้ง ทำราวกับไม่ได้ยิน “ยืนกันอยู่ทำไม? รีบนั่งกินข้าวเถิด ประเดี๋ยวอาหารจะเย็นเสียหมด”
“จวิ้นจู่น้อยกำลังอยู่ในวัยเจริญเติบโต กินเนื้อให้มากหน่อย”
แพทย์เฒ่าเฉินคีบอาหารให้จิ่วจิ่วไม่หยุด ก็เพื่อปิดปากนาง จะได้ไม่พูดอะไรออกมาจนเขาต้องเสียหน้าต่อหน้าคนรุ่นหลังในตระกูล
หลังกินอาหารเสร็จ แพทย์เฒ่าเฉินชวนจิ่วจิ่วไปเดินเล่น แท้จริงแล้วก็เพื่อปิดปากนาง
“จวิ้นจู่น้อย เป็นเพราะวิชาความรู้ของข้ายังไม่แตกฉาน ขอจวิ้นจู่น้อยโปรดใจกว้าง ให้อภัยข้าสักครั้ง” แพทย์เฒ่าเฉินรู้จักยืดหยุ่นตามสถานการณ์ ยิ่งไปกว่านั้น เรื่องวินิจฉัยอาการขององค์หญิงใหญ่นั้น เขาก็ผิดพลาดจริงๆ
แม้จนบัดนี้เขาก็ยังคิดไม่ตกว่าเหตุใดตนจึงตรวจไม่พบว่าองค์หญิงใหญ่ทรงพระครรภ์
แต่ความจริงก็คือ องค์หญิงใหญ่ทรงพระครรภ์อยู่จริง
“ก็ใช่ว่าจะไม่ได้ ท่านจะเอาอะไรมาตอบแทนข้า?” จิ่วจิ่วถามอย่างเจ้าเล่ห์
แพทย์เฒ่าเฉินเอ่ยถึงสิ่งของนอกกายสารพัด แต่จิ่วจิ่วไม่สนใจสักอย่าง
ท้ายที่สุดแพทย์เฒ่าเฉินก็จนปัญญา แบมือกล่าวว่า “นอกจากวิชาแพทย์นี้แล้ว ข้าก็ไม่มีอะไรจะมอบให้จวิ้นจู่น้อยแล้ว หรือไม่จวิ้นจู่น้อยก็เอาหลานชายที่ไม่ได้เรื่องของข้าไปใช้หนี้เสียเถิด”
“อย่าเอาของไร้ค่าเหล่านั้นมาหลอกข้า” จิ่วจิ่วอายุน้อยก็จริง แต่หาได้โง่เขลาไม่
หากหลานชายของเขาดีจริง แพทย์เฒ่าเฉินจะยอมให้นางเอาตัวไปง่ายๆ หรือ?
