วันนี้ ใต้เท้าฟ่านเจ้ากรมพระอาญาสิทธิ์ได้รับคดีหนึ่ง
มีคนกล่าวหาสตรีนางหนึ่งว่าทอดทิ้งสามีและบุตร
บัดนี้ สตรีนางนั้นซ่อนตัวอยู่ในตำหนักบูรพา
“เข้าไปอยู่ในตำหนักบูรพาหรือ?” ใต้เท้าฟ่านประหลาดใจยิ่งนัก
สตรีที่ทอดทิ้งสามีและบุตรจะเข้าไปอยู่ในตำหนักบูรพาได้อย่างไร?
หรือว่านางเข้าไปเป็นบ่าวรับใช้ในตำหนักบูรพา?
ใต้เท้าฟ่านยังไม่ทันถามให้ชัดว่าอีกฝ่ายมีฐานะใด รถม้าจากตำหนักบูรพาก็มาถึง
“ผู้ใดกล่าวหาว่าข้าทอดทิ้งสามีและบุตร? ไสหัวออกมา!”
ไป๋เสี่ยวหนิงพาสาวใช้เดินเข้ามาในศาลของกรมพระอาญาสิทธิ์ด้วยความโกรธเกรี้ยวและท่าทีองอาจ
ใต้เท้าฟ่านไม่รู้จักไป๋เสี่ยวหนิง
แต่เขาสนิทกับจิ่วจิ่วมาก!
ทันทีที่เห็นจิ่วจิ่วปรากฏตัว เขาก็รู้ว่าเรื่องนี้ต้องมีเงื่อนงำ
และก็เป็นเช่นนั้นจริง ๆ
พ่อลูกที่กล่าวหาไป๋เสี่ยวหนิงว่าทอดทิ้งสามีและบุตรรีบก้าวออกมาชี้หน้านาง พร้อมกล่าวว่าเป็นนางนั่นเอง
“ใต้เท้า เป็นนางขอรับ! นางทอดทิ้งสามีและบุตร ขอใต้เท้าโปรดให้ความเป็นธรรมแก่พ่อลูกอย่างพวกข้าด้วย!”
พ่อลูกคู่นั้นคุกเข่าลงกับพื้น วิงวอนใต้เท้าฟ่านให้ช่วยตัดสินความเป็นธรรม
ใต้เท้าฟ่านมองจิ่วจิ่วอย่างลำบากใจ
ทว่าจิ่วจิ่วส่งสายตาบอกให้เขาใจเย็น
จากนั้นก็ได้ยินไป๋เสี่ยวหนิงถามว่า “พวกเจ้ากล่าวหาข้าว่าทอดทิ้งสามีและบุตรหรือ?”
“ใช่ ก็เจ้ามันหญิงชั่วใจดำ! พอเกาะคนมีอำนาจได้ก็คิดจะทิ้งพวกข้า แล้วยังส่งคนมาฆ่าพ่อลูกเพื่อปิดปากอีก เจ้า...เจ้าไร้มนุษยธรรมสิ้นดี!”
ชายคนนั้นชี้ไป๋เสี่ยวหนิง พลางตำหนินางด้วยความเจ็บแค้น
