“หากเจ้ายังเบียดอีก เชื่อหรือไม่ว่าราชันผู้นี้จะโยนเจ้าลงไป!”
จิ่วจิ่วพองแก้ม จ้องอู๋ซินเขม็ง
อู๋ซินเหลือบมองคุณชายรองลั่วที่เลือดท่วมกาย ทั้งยังมีกลิ่นประหลาดแผ่ออกมาจากร่าง ก่อนจะขยับเข้ามาใกล้จิ่วจิ่วอีกนิดอย่างเงียบเชียบ
จิ่วจิ่วโมโหจนถลึงตาใส่เขาอีกสองครั้ง
อู๋ซินรีบหยิบลูกประคำพวงหนึ่งออกมา ยื่นให้ด้วยสองมือ “ขออภัย นี่เป็นของขอขมา!”
พอเห็นลูกประคำ อารมณ์ของจิ่วจิ่วก็ดีขึ้นในทันใด
มองปราดเดียวก็รู้ว่าลูกประคำพวงนี้ไม่ธรรมดา
โดยเฉพาะแสงทองแห่งคุณความดีที่ส่องประกายเจิดจ้าบนลูกประคำ
จิ่วจิ่วคว้าลูกประคำมาอย่างว่องไว หยิบขึ้นมาถือพลิกดูไปมาอย่างเริงร่า
ลูกประคำที่เปี่ยมด้วยแสงทองแห่งคุณความดีนี้ขับไล่สิ่งชั่วร้ายได้ พอดีเหมาะให้เสี่ยวเยวียนจื่อใช้
“ไป ๆ ขยับไปด้านข้าง อย่าเบียดแขกคนสำคัญของราชันผู้นี้” หลังรับลูกประคำแล้ว จิ่วจิ่วก็เปลี่ยนสีหน้าเร็วยิ่งกว่าพลิกหน้าหนังสือ
นางไล่ฝูเป่ากับคุณชายรองลั่วที่ใกล้ตายให้ไปอยู่ด้านข้าง ราวกับกำลังไล่แมลงวัน
จากนั้นก็ยิ้มถามอู๋ซิน “ลูกประคำเช่นนี้เจ้ายังมีอีกหรือไม่ เอามาให้ข้าสักสิบยี่สิบพวงสิ”
“...ไม่มี!” แค่พวงเดียวก็หาได้ยากแล้ว ยังจะเอาสิบยี่สิบพวงอีก
นางคิดว่าลูกประคำที่พระอาจารย์ผู้บรรลุธรรมเคยสวมเป็นก้อนกรวดข้างทางหรือไร?
จิ่วจิ่วยังไม่ยอมแพ้ จึงถามซ้ำอีกครั้ง “เจ้าหมดแล้วจริงหรือ?”
อู๋ซินพยักหน้า “หมดแล้ว”
“หมดแล้วเจ้ายังนั่งกินที่เสียกว้างขนาดนี้อีกหรือ? ยังมียางอายอยู่หรือไม่? ไป ๆ ขยับไปด้านข้าง อย่ามาขวางหูขวางตาราชันผู้นี้” จิ่วจิ่วตัดไมตรี ผลักไสเขาไปด้านข้างอย่างไร้เยื่อใย
