“อะไรนะ?”
เสียงของจิ่วจิ่วตื่นตระหนกจนสูงขึ้นหลายระดับ
ดวงตากลมใสเบิกกว้าง ราวกับถูกทำให้ตกใจ
จักรพรรดิจิ้นยวนตี้เข้าใจผิดว่าจิ่วจิ่วหวาดกลัว จึงเอ่ยปลอบ “หย่งอาน อย่าตื่นตระหนก เรื่องนี้...”
“ไม่! เสด็จปู่ เรื่องนี้ข้าต้องให้คำอธิบายแก่ท่าน” จิ่วจิ่วยื่นมือออกไป ขัดคำพูดของจักรพรรดิจิ้นยวนตี้
จากนั้นนางก็พุ่งเข้าใส่เซียวจิ่วเยวียนราวกับลูกกระสุนลูกเล็ก
ก่อนที่เซียวจิ่วเยวียนจะทันตั้งตัว นางก็ยกร่างเขาที่นั่งอยู่บนรถเข็นขึ้น แล้วเหวี่ยงลงพื้นอย่างแรง...
เสียง “โครม” ดังขึ้น เซียวจิ่วเยวียนถูกนางโยนลงพื้นอย่างน่าอนาถ
จิ่วจิ่วถลาเข้าไป คร่อมอยู่บนตัวเซียวจิ่วเยวียน แล้วระดมกำปั้นน้อย ๆ ใส่เขาไม่ยั้ง
พลางทุบตี นางก็เอ่ยเสียงเบาไปด้วยว่า “เสี่ยวเยวียนจื่อ อดทนหน่อย ข้าทำเช่นนี้ก็เพื่อเจ้า! ยิ่งตีแรง เสด็จปู่ก็ยิ่งสงสารเจ้า ไม่แน่ว่าอาจส่งคนที่เจ้าลอบคบชู้ด้วยมาให้เจ้าก็ได้”
ราวกับต้องการพิสูจน์ว่าคำพูดของตนไม่ผิด จิ่วจิ่วจึงลงมือหนักขึ้นอีกหลายส่วน
เซียวจิ่วเยวียน: ……
นางไม่ได้กำลังแก้แค้นส่วนตัวอยู่จริง ๆ หรือ?
จักรพรรดิจิ้นยวนตี้ถึงกับตะลึงงัน
ผ่านไปครู่ใหญ่กว่าจะได้สติ จึงรีบห้ามปราม “หย่งอาน หยุดมือ! ร่างกายไท่จื่อไม่แข็งแรง อย่าทำกับเขาเช่นนี้”
จิ่วจิ่วเงยหน้าขึ้น เอ่ยกับจักรพรรดิจิ้นยวนตี้อย่างจริงจัง “มารดาใจอ่อนเกินไปย่อมทำให้บุตรเสียคน เสด็จปู่ ท่านตามใจเขาเกินไปแล้ว!”
มารดาใจอ่อน...ทำให้บุตรเสียคน?
จักรพรรดิจิ้นยวนตี้นึกย้อนถึงตอนที่ตนเลี้ยงดูไท่จื่อจนเติบใหญ่ด้วยมือตัวเอง ทั้งเป็นบิดา ทั้งเป็นมารดา
หรือเขาจะตามใจไท่จื่อจนเสียคนจริง ๆ?
ระหว่างที่ทั้งสองพูดคุยกัน เซียวจิ่วเยวียนก็หลุดพ้นจากเงื้อมมือของจิ่วจิ่วได้แล้ว
