ภายในเรือน เมื่อฮูหยินผู้เฒ่าลั่วเอ่ยถึงท่านพระอาจารย์วั่งเฉิน จิ่วจิ่วกับอู๋ซินที่อยู่บนหลังคาก็สบตากัน
แววเย้ยหยันพาดผ่านดวงตาของอู๋ซิน
จิ่วจิ่วเองก็กลอกตา
นางก็ว่าแล้ว วั่งเฉินเจ้าหัวโล้นเฒ่านั่นดูอย่างไรก็ไม่ใช่คนดี
เป็นเช่นนั้นจริง ๆ!
อาจารย์ผู้ทรงศีลที่ไหนจะสอนให้คนอื่นส่งบุตรสาวไปเป็นอนุของบุรุษ เพื่อเสริมอำนาจให้ตระกูลกัน?
นี่ต่างอะไรกับการขายบุตรสาวเพื่อแลกเกียรติยศ?
พลันได้ยินเสียงฮูหยินผู้เฒ่าลั่วดังมาจากในเรือนอีกครั้ง “ฝูเป่าเป็นอย่างไรบ้าง?”
“คุณหนูเจ็ดยังคงคัดพระสูตรอยู่ในศาลบรรพชน ฮูหยินผู้เฒ่า คุณหนูเจ็ดเพียงทนเห็นฮูหยินผู้เฒ่าถูกกลั่นแกล้งไม่ได้ จึงเลอะเลือนไปชั่วขณะ ฮูหยินผู้เฒ่าก็ลงโทษคุณหนูเจ็ดแล้ว มิสู้ยกโทษให้นางเถิดเจ้าค่ะ!” แม่นมช่วยขอความเมตตาให้ฝูเป่า
ฮูหยินผู้เฒ่าลั่วถอนหายใจ “ฝูเป่าใจร้อนเกินไปสักหน่อย จวิ้นจู่หย่งอานไม่น่ากลัว ทว่าไท่จื่อกับฮ่องเต้ที่อยู่เบื้องหลังนางกลับรับมือไม่ง่าย หากข่าวลือที่ฝูเป่าสั่งให้คนปล่อยเกี่ยวกับจวิ้นจู่หย่งอานไปถึงหูของทั้งสองพระองค์ จะนำความเดือดร้อนใหญ่หลวงมาสู่ตระกูลลั่ว”
“ให้นางคัดพระสูตรอยู่ในศาลบรรพชนให้ดี จะได้ข่มความร้อนรนและไอสังหารในใจลงบ้าง”
เมื่อได้ยินเช่นนั้น แม่นมก็ขานรับเสียงเบา ก่อนจะเงียบไป
ฮูหยินผู้เฒ่าลั่วสั่งให้แม่นมนำอาหารไปให้ฝูเป่าที่ศาลบรรพชนอีกด้วย
“ไป ตามนางไป!” จิ่วจิ่วตบก้นอู๋ซินฉาดหนึ่ง
อู๋ซินเบิกตากว้าง มองนางอย่างเหลือเชื่อ
จิ่วจิ่วยกคิ้ว พูดจาราวกับอันธพาลตัวน้อย “โอ้โห ไม่เลวนี่นา! ดูท่าเจ้าไม่อ้วน แต่ก้นมีเนื้อไม่น้อยเลยนะ!”
