“เสี่ยวเยวียนจื่อ เปิดประตู!”
จิ่วจิ่วยืนตะโกนอยู่หน้าศาลบรรพชนสองครั้ง
ไม่มีใครขานรับ
จิ่วจิ่วเลิกคิ้ว แล้วตะโกนอีกสองครั้ง
ก็ยังไม่มีใครตอบ
ยามนั้น อู๋ซินเอ่ยขึ้นว่า “เจ้ามาผิดที่หรือไม่? ข้างในไม่มีใครอยู่เลย”
“เป็นไปไม่ได้!” จิ่วจิ่วกล่าวอย่างมั่นใจ
จากนั้น นางก็เดินเข้าไปเคาะประตูต่อหน้าอู๋ซิน “เสี่ยวเยวียนจื่อ เปิดประตูสิ เปิดประตู เปิดประตูหน่อย ข้ารู้ว่าเจ้าอยู่ข้างใน มีปัญญาซ่อนบุรุษก็มีปัญญาเปิดประตูสิ! ข้ารู้ว่าเจ้าอยู่บ้าน เสี่ยวเยวียนจื่อ เปิดประตู…”
“เอี๊ยด!”
ขณะที่จิ่วจิ่วกำลังตะโกนอย่างได้อารมณ์ ประตูศาลบรรพชนที่ปิดสนิทก็เปิดออก
“หุบปาก!” เซียวจิ่วเยวียนหน้าดำทะมึน หิ้วจิ่วจิ่วเข้าไปด้านใน
อู๋ซินตาค้าง ทำเช่นนี้ก็ได้ด้วยหรือ?
ภายในศาลบรรพชนมีคนสิบกว่าคนนอนระเกะระกะอยู่ทั่วร่างของแต่ละคนล้วนได้รับบาดเจ็บไม่มากก็น้อย
เวลานี้ทุกคนต่างมีใบหน้าเขียวคล้ำ ริมฝีปากม่วงคล้ำ นอนอยู่กับพื้น
“เจ้ามาที่นี่ได้อย่างไร?” เซียวจิ่วเยวียนจ้องจิ่วจิ่วเขม็ง ขมวดคิ้วถาม
จิ่วจิ่วเท้าเอว เดินวนรอบเซียวจิ่วเยวียนสองรอบเพื่อให้แน่ใจว่าเขาไม่ได้บาดเจ็บ ก่อนกล่าวว่า “ข้าไม่มาจะได้หรือ? ดูเจ้าสิ ข้าเผลอเพียงครู่เดียว เจ้าก็ทำตัวเองจนหมดสภาพเช่นนี้แล้ว หากไม่มีข้า เจ้าจะทำอย่างไร?”
น้ำเสียงราวกับเกลียดที่อีกฝ่ายไม่เอาไหน ฟังประหนึ่งว่าพวกเขาสลับบทบาทกัน
เซียวจิ่วเยวียนเป็นบุตรชาย ส่วนจิ่วจิ่วกลับเป็นบิดาแท้ ๆ เสียเอง
มุมปากเซียวจิ่วเยวียนกระตุกสองครั้ง
เขากำลังจะเอ่ยปาก ทว่าก็ได้ยินจิ่วจิ่วถามขึ้นว่า “พวกเจ้าตกอยู่ในสภาพเช่นนี้ได้อย่างไร? ทุกคนถูกพิษหรือ?”
