จากนั้น สายตาของจิ่งชินอ๋องก็หันไปจับจ้องคนเลี้ยงม้าและสาวใช้
แววรังเกียจวาบผ่านดวงตา เขาสั่งเสียงเย็นชา “ใครก็ได้ จับสองสิ่งชั้นต่ำที่ยั่วยวนคุณชายสามไปโบยจนตาย!”
สิ้นคำ ก็มีคนเข้ามาลากสาวใช้กับคนเลี้ยงม้าออกไป
“ช่วยด้วย! คุณชายสามช่วยข้าด้วย ท่านเคยพูดว่าข้าเป็นสตรีที่ท่านโปรดปรานที่สุด ท่านจริงใจกับข้า...”
คำพูดของสาวใช้มีเพียงเสียงหัวเราะเยาะตอบกลับมา
ถึงกับเชื่อคำมั่นสัญญาของบุรุษบนเตียง ช่างน่าขันถึงที่สุด
“ท่านอ๋องไว้ชีวิตด้วยขอรับ เป็นคุณชายสามที่สั่งให้บ่าวมารังแกพระชายา คุณชายสามเป็นคนบงการทั้งหมด!”
เสียงตะโกนอันก้องกังวานของคนเลี้ยงม้าดังขึ้น ทุกคนล้วนได้ยิน
สาวใช้จึงเพิ่งได้สติ รีบตะโกนตามคนเลี้ยงม้า “ใช่ คุณชายสามเป็นคนสั่งทั้งหมด คุณชายสามบังคับให้ข้าทรยศพระชายา!”
“พระชายาช่วยข้าด้วย... พระชายา ขอร้องท่านช่วยข้าด้วย...”
“ช้าก่อน!”
พระชายาจิ่งชินอ๋องเอ่ยขึ้นกะทันหัน
แววไม่พอใจวาบผ่านดวงตาจิ่งชินอ๋อง
เขาหันไปกล่าวกับพระชายาจิ่งชินอ๋องทันที “พระชายาอย่าได้ฟังพวกเขาพูดเหลวไหล แม้หงเอ๋อร์จะเหลวไหลเกเรอยู่บ้างในยามปกติ แต่ก็เคารพพระชายาอย่างยิ่ง ไฉนจะทำเรื่องอันเป็นปฏิปักษ์ต่อศีลธรรมเช่นนั้นได้? พวกเขาคงจงใจโกหกเพื่อเอาชีวิตรอดเป็นแน่”
“ใช่แล้ว พี่หญิงพระชายาอย่าหลงเชื่อคำใส่ร้าย หงเอ๋อร์เคารพท่านซึ่งเป็นมารดาเอกที่สุด” พระชายารองรีบกล่าวตาม
พระชายาจิ่งชินอ๋องกลับเอ่ยเสียงเรียบ “ข้ายังไม่ได้พูดอะไร พวกท่านร้อนตัวไปไย? หากคนไม่รู้เรื่องมาเห็น คงคิดว่าพวกท่านมีพิรุธกระมัง!”
ประโยคเดียวทำให้คำพูดที่จิ่งชินอ๋องกับพระชายารองกำลังจะเอ่ยติดอยู่ที่ริมฝีปาก
จากนั้นพระชายาจิ่งชินอ๋องก็หันไปถามเซียวหง “เซียวหง ข้าถามเจ้า สิ่งที่พวกเขาพูดเมื่อครู่เป็นเรื่องจริงหรือเท็จ?”
