คืนนั้น จิ่วจิ่วกลับมีไข้สูงขึ้นมา
สิงโตเฒ่าถูกชิงอู๋แบกมาให้รักษาจิ่วจิ่วกลางดึก
เซียวจิ่วเยวียนเฝ้านางตลอดทั้งคืน
เมื่อมองใบหน้าน้อย ๆ แดงระเรื่อของจิ่วจิ่ว เซียวจิ่วเยวียนก็เต็มไปด้วยความเสียใจ
นางจะฉลาดเพียงใด จะซุกซนเพียงใด ก็ยังเป็นเพียงเด็กสี่ขวบ
เขาสะเพร่าเกินไป ทั้งยังใส่ใจนางน้อยเกินควร
จิ่วจิ่วนอนหลับตลอดคืน ส่วนเซียวจิ่วเยวียนก็โทษตัวเองอยู่ตลอดคืนเช่นกัน
รุ่งเช้า เมื่อจิ่วจิ่วตื่นขึ้น ไข้ก็ลดลงแล้ว
นางกลับมาเป็นเด็กน้อยจอมซน ผู้ร่าเริงปราดเปรียวและวางอำนาจเอาแต่ใจดังเช่นทุกวัน
“ตัวข้าเหนียวเหนอะหนะไปหมด อึดอัดเหลือเกิน ข้าจะอาบน้ำ”
แต่เช้าตรู่ บ่าวไพร่ต่างเข้าออกวุ่นวายเพื่อเตรียมน้ำอาบให้จิ่วจิ่ว
ระหว่างที่จิ่วจิ่วอาบน้ำ นางยังไล่เซียวจิ่วเยวียนกลับไปอาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้าด้วย
เหตุผลคือ เขาน่าเกลียดยิ่งนัก!
นี่เป็นครั้งแรกที่เซียวจิ่วเยวียนถูกคนพูดว่าน่าเกลียด
ที่น่าขันคือคนที่พูดเช่นนั้นกลับเป็นบุตรสาวแท้ ๆ ของเขา
แล้วเขาจะทำอย่างไรได้เล่า?
เซียวจิ่วเยวียนกลับไปอาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้าอย่างหงุดหงิด
เมื่อไปถึงห้องอาหาร ก็เห็นจิ่วจิ่วสวมชุดขี่ม้าสีแดงสด ผมรวบเป็นหางม้าสูง ดูองอาจห้าวหาญ...แต่กลับนั่งยอง ๆ อยู่บนเก้าอี้กินข้าว
“เอาเท้าลง นั่งให้เรียบร้อย แล้วค่อย ๆ กิน” เซียวจิ่วเยวียนขมวดคิ้วกล่าว
จิ่วจิ่วกระโดดลงจากเก้าอี้ หมุนตัวรอบหนึ่งตรงหน้าเซียวจิ่วเยวียนแล้วถามว่า “เสี่ยวเยวียนจื่อ ข้าดูงามหรือไม่?”
เซียวจิ่วเยวียนพยักหน้า “งาม เจ้าเพิ่งหายป่วย เหตุใดจึงจะออกไปข้างนอก?”
จิ่วจิ่วยิ้มกว้างให้เขา แต่กลับไม่ตอบคำถามในทันที
เมื่อนั่งลงแล้ว จิ่วจิ่วก็เอาอกเอาใจเซียวจิ่วเยวียนเป็นพิเศษ เดี๋ยวคีบกับข้าวให้ เดี๋ยวก็ส่งน้ำให้
