“อาจารย์อะไรเล่า เสี่ยวเยวียนจื่อ เจ้าได้ยินผิดหรือไม่?” จิ่วจิ่วเริ่มแกล้งทำเป็นไม่รู้เรื่อง
สิงโตเฒ่าพยักหน้าคล้อยตามทันที “นั่นสิ ไท่จื่อเตี้ยนเซี่ยได้ยินผิดแล้ว ข้าจะเรียกจวิ้นจู่น้อยว่าอาจารย์ได้อย่างไร?”
เซียวจิ่วเยวียนกวาดสายตาเย็นชาไปทั่วร่างพวกเขา น้ำเสียงเจือแววข่มขู่ “เช่นนั้นหรือ?”
“ดูท่าสวนโอสถของสิงโตเฒ่าคงไม่ต้องการแล้ว ในเมื่อเป็นเช่นนี้ อีกประเดี๋ยวข้าจะสั่งให้คนไปทำลายสวนโอสถแห่งนั้นเสีย”
พอได้ยินว่าสวนโอสถอันเป็นที่รักจะถูกทำลาย สิงโตเฒ่าก็เปลี่ยนท่าทีทันควัน “อย่าเลย เมื่อครู่ข้าล้อเล่นกับเตี้ยนเซี่ย ข้าคารวะจวิ้นจู่น้อยเป็นอาจารย์มานานแล้ว ทั้งยังเป็นศิษย์เริ่มต้นของจวิ้นจู่น้อยด้วย”
เมื่อได้ยินดังนั้น เซียวจิ่วเยวียนก็หรี่ตามองจิ่วจิ่ว
แววตาคู่นั้นเผยความขุ่นเคืองอยู่หลายส่วน
“เจ้ามองคำพูดของข้าเป็นลมผ่านหูหรือ?” น้ำเสียงแฝงโทสะ
จิ่วจิ่วรีบปีนขึ้นไปบนตัวเซียวจิ่วเยวียนอย่างคล่องแคล่ว ยื่นมือไปลูบอกเขาพลางกล่าวว่า “ใจเย็นก่อน ข้าก็จนปัญญาเหมือนกันนี่! โทษเขานั่นแหละ หน้าด้านเกาะติดข้าไม่ยอมเลิกรา ยืนกรานจะคารวะข้าเป็นอาจารย์ ข้าจะทำอย่างไรได้?”
“กระซิบบอกเจ้าเงียบ ๆ ข้าวางยาพิษเขาแล้ว หากกล้าพูดจาเหลวไหล ข้าจะวางยาให้ตายเสีย”
ยามจิ่วจิ่วกล่าว นางมิได้หลบเลี่ยงสิงโตเฒ่าแม้แต่น้อย
สิงโตเฒ่าเองก็มิได้ใส่ใจ ยังยิ้มให้เซียวจิ่วเยวียนแล้วกล่าวว่า “เตี้ยนเซี่ยวางพระทัยได้ ข้าจะรักษาความลับของอาจารย์ไว้ให้ดี”
“หึ จงจำคำพูดวันนี้ไว้ให้ดี หากวันหน้ากล้าทำร้ายจิ่วจิ่ว ข้าย่อมมีวิธีนับร้อยทำให้เจ้าตายทั้งเป็น” เซียวจิ่วเยวียนข่มขู่สิงโตเฒ่า
