“สังหารพระปีศาจ! สังหารมันเสีย...”
“พระปีศาจ จงตายเสีย!”
……
บนถนนใหญ่ ชาวบ้านต่างขว้างผักเน่าและไข่เหม็นใส่วั่งเฉินที่อยู่ในรถคุมขัง
อดีตพระผู้สูงส่งเหนือผู้คนและทะนงตน บัดนี้กลับกลายเป็นบุคคลที่ทุกคนรังเกียจ
วั่งเฉินมีสีหน้าเรียบเฉย ราวกับไม่รู้สึกถึงสิ่งใด
บนชั้นสองของโรงน้ำชาข้างลานประหาร จิ่วจิ่วยกถ้วยชาขึ้นมองภาพตรงหน้า พลางยิ้มจนตาหยี
“ภาพนี้ช่างทำให้ผู้คนสบายใจยิ่งนัก”
เซียวจิ่วเยวียนไม่เอ่ยคำใด ยังคงจิบชาต่อไป
หากจิ่วจิ่วไม่ยืนกรานว่าจะมา เขาคงไม่มาที่นี่เพื่อเสียเวลา
คนใกล้ตายผู้หนึ่ง มีสิ่งใดให้น่าดู?
เวลาผ่านไปทีละนาที
ในที่สุดก็ถึงเวลาประหารวั่งเฉิน
จักรพรรดิจิ้นยวนตี้ตัดสินให้วั่งเฉินรับโทษม้าห้าแยกร่าง
“ถึงเวลาแล้ว ลงมือประหาร!”
สิ้นเสียงเจ้าหน้าที่คุมการประหาร เพชฌฆาตก็ก้าวออกมาฟันดาบลงทันที
ชั่วขณะที่ศีรษะตกถึงพื้น แสงสีทองเจิดจ้าสายหนึ่งพลันปรากฏขึ้น
แสงสีทองนี้เกิดขึ้นอย่างกะทันหันเกินไป
ทุกคนถูกแสงนั้นส่องจนไม่อาจลืมตา
“ไม่ถูกต้อง แสงสีทองนี้มีบางอย่างผิดปกติ”
จิ่วจิ่วเพิ่งเอ่ยจบ เซียวจิ่วเยวียนก็อุ้มนางกระโดดลงจากหน้าต่าง มุ่งตรงไปยังลานประหาร
ครู่ต่อมา แสงสีทองค่อย ๆ เลือนหาย
เผยภาพที่ทำให้ทุกคนตกตะลึงจนตาค้าง
วั่งเฉินบนลานประหารถูกตัดศีรษะไปแล้ว
ร่างของเขาคุกเข่าตัวตรงอยู่บนพื้น ส่วนศีรษะตกอยู่ข้างเท้าของเขา
ทันใดนั้น ร่างไร้ศีรษะของวั่งเฉินก็ขยับ
เขายื่นมือหยิบศีรษะที่อยู่ข้างเท้าขึ้นมาวางบนคอ
แสงสีทองวาบขึ้นอีกครั้ง
ศีรษะบนคอของวั่งเฉินลืมตาขึ้น
“ซี้ด..”
ผู้คนที่เห็นภาพนี้ต่างเบิกตากว้าง สูดลมหายใจเฮือกใหญ่
