“ถอยไป!”
สิ้นเสียงเซียวจิ่วเยวียน จิ่วจิ่วก็ฉุดอู๋ซินถอยไปอยู่ข้างทางอย่างคล่องแคล่ว
เซียวจิ่วเยวียนแผ่ไอสังหารออกมาเต็มที่ กระบวนท่าดุดันและเหี้ยมโหด
เพียงไม่กี่กระบวน ทั้งสองคนที่เมื่อครู่ยังไล่ต้อนอู๋ซินจนตั้งรับแทบไม่ไหว ก็ถูกเซียวจิ่วเยวียนเล่นงานจนไร้ทางโต้กลับ
จิ่วจิ่วนั่งแทะเมล็ดแตงอยู่ข้าง ๆ ดูอย่างออกรส
“เสี่ยวเยวียนจื่อ ออกแรงอีกหน่อยสิ กินข้าวไม่อิ่มมาหรือ?”
“ตีบั้นท้ายเขา ใช่แล้ว เตะให้ก้นบานไปเลย!”
“สวรรค์! เจ้าหมอนั่นของเสี่ยวเยวียนจื่อไร้ยางอาย คิดจะใช้พิษ จัดการมันเลย!”
……
จิ่วจิ่วดูจนเลือดลมพลุ่งพล่าน หากอู๋ซินไม่ห้ามไว้ นางคงพุ่งเข้าไปร่วมต่อสู้แล้ว
อู๋ซินมองจนเหนื่อยใจ “อยู่ให้ห่างหน่อย ระวังโดนลูกหลง”
จิ่วจิ่วโบกมืออย่างไม่ใส่ใจ “ไม่เป็นไร ข้าแข็งแกร่ง เจ้าเทียบข้าไม่ได้หรอก”
อู๋ซิน: ……
เหตุใดนางถึงยังด่าคนอีกเล่า?
ครู่ต่อมา คนสวมหน้ากากทั้งสองนอนกองอยู่บนพื้นไม่ต่างจากพวกชุดดำ
“รองแม่ทัพทั้งสอง ไม่พบกันเสียนาน”
เซียวจิ่วเยวียนมิได้ถอดหน้ากากบนใบหน้าของพวกเขา ทว่ากลับเอ่ยระบุตัวตนได้อย่างแม่นยำ
ทั้งสองรู้ทันทีว่าตนตกหลุมพรางเข้าแล้ว
สิ่งแรกที่พวกเขาคิดจะทำคือกัดลิ้นฆ่าตัวตาย
น่าเสียดาย เพิ่งเกิดความคิดเช่นนั้นขึ้น ยังไม่ทันลงมือก็ถูกถอดกรามเสียก่อน
ข้อต่อมือเท้าก็ถูกถอดตามไปด้วย
ครานี้พวกเขาจึงกลายเป็นเนื้อบนเขียงอย่างแท้จริง จะเชือดเฉือนอย่างไรก็ได้ตามใจผู้อื่น
“หึ คิดจะตายหรือ? ฝันไปเถอะ!”
จิ่วจิ่วตบมือพลางอวดฝีมือของตนให้เซียวจิ่วเยวียนดู
