นั่นมิใช่คุณหนูชาดอกบัวเขียวหรอกหรือ?
คราวนี้นางกำลังเล่นละครบทใดอีกเล่า?
ทางนี้จิ่วจิ่วยังไม่ทันเข้าใจว่านางกำลังทำอะไร
อีกด้านหนึ่ง เมื่อเห็นจิ่วจิ่วเดินมา แววตาของหญิงสาวพลันฉายประกายโหดเหี้ยม ก่อนจะกระโจนลงทะเลสาบดังตูม
นี่กำลังแสดงละครบทใดกันอีก?
ว่างอยู่แล้ว เช่นนั้นก็ร่วมแสดงกับนางสักฉากแล้วกัน
คิดได้ดังนั้น จิ่วจิ่วก็แสร้งทำท่าตกใจ พลางตะโกนเสียงดังว่า “คนมาเร็ว! รีบช่วยคนเร็ว!”
สิ้นเสียง ก็มีคนวิ่งเข้าไปกระโดดลงทะเลสาบ ช่วยหญิงสาวขึ้นมา
หญิงสาวที่ได้รับการช่วยเหลือร่ำไห้สะอึกสะอื้น พลางร้องว่า “เหตุใดพวกท่านจึงช่วยข้า? ปล่อยให้ข้าตายไปเสียยังดีกว่า”
“ฮือ ๆ ๆ… บิดามารดาของข้าล้วนล่วงลับ ไม่มีใครให้พึ่งพา อยู่บนโลกนี้อย่างโดดเดี่ยวอ้างว้างเช่นนี้ มิสู้ตายไปเสียยังจะดีกว่า”
จิ่วจิ่วข่มกลั้นความอยากกลอกตา ก่อนถามด้วยน้ำเสียงไร้เดียงสาเจือความฉงน “พี่สาว เหตุใดถึงคิดสั้นอีกแล้วเล่า? มิใช่ตกลงกันแล้วหรือว่า หากข้าหาที่พักพิงให้ พี่ก็จะมีชีวิตอยู่ต่อไปให้ดี”
“เป็นข้าที่ไร้ความสามารถ ทำให้ผู้มีพระคุณต้องผิดหวัง ฮือ ๆ ๆ… ข้าก็อยากมีชีวิตอยู่ต่อไปให้ดี แต่กลับหามูลเหตุที่จะมีชีวิตต่อไม่พบ ฮือ ๆ ๆ… ทุกครั้งที่เห็นผู้อื่นอยู่พร้อมหน้าพร้อมตากันทั้งครอบครัว หัวใจข้าก็ราวกับถูกมีดกรีด” หญิงสาวร้องไห้จนงามดั่งดอกสาลี่ต้องหยาดฝน น่าสงสารจับใจ
“เป็นเช่นนี้เอง ถ้าอย่างนั้นข้าจะหาญาติให้พี่สักคน พี่ก็จะมีเหตุผลที่จะมีชีวิตต่อแล้ว” จิ่วจิ่วเอียงศีรษะถามหญิงสาว
หญิงสาวสะอึกสะอื้นมิได้เอ่ยคำใด
ประจวบเหมาะกับตอนนั้น เซียวจิ่วเยวียนกลับมาจากข้างนอก
เซียวจิ่วเยวียนสวมอาภรณ์สีเขียวเข้มปนดำ รูปโฉมหล่อเหลาหาผู้ใดเทียบมิได้ ทุกอิริยาบถล้วนแผ่กลิ่นอายสูงศักดิ์
ทันทีที่เขาปรากฏตัว ดวงตาของหญิงสาวก็ไม่อาจละจากร่างเขาได้อีก
