พอจิ่วจิ่วอารมณ์ดี ก็อยากทำเรื่องที่คนเขาไม่ทำกัน
อย่างเช่น ไปซ้ำเติมบาดแผลของผู้อื่น
หรือไม่ก็เติมเชื้อไฟให้โหมกระพือ
นางนับนิ้วพึมพำอยู่ครู่ใหญ่ ก่อนจะได้ข้อสรุปในที่สุด
ยามนี้ที่วุ่นวายที่สุดก็คือตระกูลลั่ว
อีกทั้งการที่เสี่ยวเยวียนจื่อกลายเป็นเช่นนี้ ก็หนีไม่พ้นฝีมือฝูเป่า
จิ่วจิ่วตบโต๊ะลุกพรวดขึ้นมาทันที “ข้าตัดสินใจแล้ว จะไปตระกูลลั่ว”
เย่ลี่เสวียนกับองค์หญิงใหญ่สะดุ้งตกใจที่นางตบโต๊ะลุกขึ้นมาอย่างกะทันหัน “เจ้าจะไปตระกูลลั่วทำอะไร?”
“ไปทำเรื่องที่คนเขาไม่ทำกัน” จิ่วจิ่วตอบด้วยสีหน้าเจ้าเล่ห์
ท่าทางกับสีหน้าเช่นนั้น ช่างเหมือนตัวร้ายในละครสั้นยิ่งนัก
เย่ลี่เสวียนขมวดคิ้ว “คืนงานเลี้ยงฉลองวันเกิดของฮูหยินผู้เฒ่าลั่ว เกิดคดีฆาตกรรมขึ้นถึงสิบกว่าคดี ได้ยินว่าครอบครัวที่เกิดคดีฆาตกรรมล้วนไปร่วมงานเลี้ยงวันเกิดของฮูหยินผู้เฒ่าลั่วในวันนั้น ยามนี้ผู้คนภายนอกต่างเล่าลือกันว่าตระกูลลั่วคล้ายจะบูชาสิ่งชั่วร้ายบางอย่างอยู่ ชีวิตสิบกว่าชีวิตนั้นก็คือเครื่องเซ่นของสิ่งชั่วร้าย”
“ยามนี้ทุกคนต่างพากันตีตัวออกห่างจากตระกูลลั่ว เกรงว่าหากพลาดพลั้งไปสัมผัสกลิ่นอายสิ่งชั่วร้ายเข้า จะกลายเป็นเป้าหมายรายต่อไปของมัน”
กล่าวถึงตรงนี้ เย่ลี่เสวียนก็ชะงักเล็กน้อย “หากไม่มีธุระสำคัญ ข้าไม่แนะนำให้เจ้าไปตระกูลลั่วในเวลานี้ มิใช่เพราะเรื่องสิ่งชั่วร้าย แต่ด้วยฐานะของเจ้า ไม่จำเป็นต้องเข้าไปพัวพันกับเรื่องยุ่งยากนี้”
จิ่วจิ่วรู้ว่าท่านอาเขยผู้งดงามเป็นห่วงนาง ทว่าความเป็นมาของตระกูลลั่ว นางรู้ดีที่สุด
