ไม่มีผู้ใดคาดคิดว่า ในหมู่คนที่ลอบสังหารเซียวจิ่วเยวียนจะซ่อนมนุษย์พิษเอาไว้ผู้หนึ่ง
มนุษย์พิษระเบิดร่างตนเอง คนที่อยู่ในเหตุการณ์นอกจากเซียวจิ่วเยวียนซึ่งแทบต้านพิษได้ทุกชนิดจึงไม่เป็นอะไรแล้ว
มีเพียงจุยอิ่งที่รอดชีวิตมาได้ เพราะพลังภายในของเขาแก่กล้ากว่าผู้อื่น
หลังจากสิงโตเฒ่าตรวจอาการจุยอิ่งแล้วก็ส่ายหน้า เอ่ยว่า “เตรียมงานศพเถิด!”
“แม้แต่ท่านยังหมดหนทางหรือ?” เซียวจิ่วเยวียนขมวดคิ้ว มองสิงโตเฒ่า
สิงโตเฒ่าแบมือทั้งสองข้าง เอ่ยว่า “มนุษย์พิษผู้นี้ไม่เหมือนคนอื่น พิษเข้ากระแสเลือดก็สิ้นใจ ต่อให้เป็นเซียนก็ช่วยไม่ได้ เจ้าเด็กนี่ที่ยังเหลือลมหายใจอยู่ได้ ก็เพราะพลังภายในทั้งร่างช่วยยื้อชีวิตไว้”
“ข้าช่วยยื้อชีวิตเขาได้มากที่สุดอีกยี่สิบสี่ชั่วยาม หากเชิญยอดฝีมือที่เคยถอนพิษให้ท่านอ๋องมาได้ บางทีอาจยังมีทางรอด”
ยอดฝีมือที่ถอนพิษให้เขาหรือ?
เซียวจิ่วเยวียนนึกถึงจิ่วจิ่ว ร่างพลันแข็งทื่อ
เขาลืมเด็กคนนั้นไว้ในห้องลับ
“รบกวนท่านสิงโตเฒ่าช่วยรักษาจุยอิ่งด้วย”
เซียวจิ่วเยวียนเอ่ยจบ ก็ให้ชิงอู๋เข็นตนกลับตำหนักบรรทม
เมื่อประตูห้องลับเปิดออก เซียวจิ่วเยวียนก็ถูกภาพตรงหน้าทำให้ตะลึงจนยืนนิ่งอยู่นานกว่าจะได้สติ
ในห้องลับเต็มไปด้วยหนูแน่นขนัด
หนูเหล่านั้นจับคู่กันเป็นกลุ่ม กำลังต่อแถวกระโดดขึ้นไปเต้นรำบนโต๊ะ
หมุนตัว กระโดดโลดเต้น...ถึงขั้นหลับตาพริ้ม สีหน้าเปี่ยมสุข
ลองจินตนาการดูสิว่าหนูสีเทาสองตัวจะยืนด้วยขาหลัง เอาขาหน้าทั้งสองแนบกัน หลับตาแล้วทำสีหน้าเคลิบเคลิ้มมีความสุขได้อย่างไร?
หากก่อนวันนี้มีใครมาเล่าภาพเช่นนี้ให้เซียวจิ่วเยวียนฟัง เขาคงคิดเพียงว่าคนผู้นั้นเสียสติไปแล้ว
