“เจ้า คุกเข่าลงเดี๋ยวนี้!”
ผู้มาเยือนถือแส้ม้าไว้ในมือ ชี้หน้าจิ่วจิ่วอย่างวางอำนาจแล้วออกคำสั่ง
จิ่วจิ่วชี้จมูกตนเอง “เจ้าสั่งให้ข้าคุกเข่าให้เจ้าหรือ?”
“ข้าคือลูกสาวสายตรงแห่งจวนเจิ้นหนานอ๋อง ลั่วเสียจวิ้นจู่ ให้เจ้าคุกเข่าต่อหน้าข้า นับว่าเป็นเกียรติของเจ้าแล้ว!”
ใบหน้าของลั่วเสียจวิ้นจู่เปี่ยมด้วยความหยิ่งผยอง แววตาที่มองจิ่วจิ่วเต็มไปด้วยความริษยาและเคียดแค้น
เจิ้นหนานอ๋องหรือ?
ลั่วเสียจวิ้นจู่หรือ?
จิ่วจิ่วกะพริบตาปริบ ๆ ก่อนถามเฉินอวิ๋นฝานกับเซียวหยวนที่อยู่ข้างกาย “พวกเจ้าได้ยินเสียงแมลงวันร้องไหม หึ่ง ๆ หนวกหูจะตายอยู่แล้ว”
“ได้ยินแล้ว หนวกหูจริง ๆ” เซียวหยวนเป็นพวกคลั่งไคล้จิ่วจิ่ว นางพูดอย่างไรเขาก็คล้อยตาม
เฉินอวิ๋นฝานพยักหน้าเช่นกัน “อืม หนวกหูจริง ๆ”
จิ่วจิ่วเบ้ปาก “เถ้าแก่อู่ รีบให้คนไล่แมลงสาบกับแมลงวันเหม็นเน่าพวกนั้นออกไปเสียที หึ่ง ๆ ร้องจนคนรำคาญแทบตาย”
กล่าวจบ นางก็หันหลังเดินขึ้นชั้นบนโดยไม่เหลียวกลับมา
เซียวหยวนกับเฉินอวิ๋นฝานเดินตามไป
ลั่วเสียจวิ้นจู่โกรธจนใบหน้าเขียวคล้ำ
“เฉินอวิ๋นฝาน เจ้ากล้าเมินจวิ้นจู่ผู้นี้หรือ!”
“อย่าลืมว่าพวกเรามีสัญญาหมั้นหมายกัน!”
จิ่วจิ่วหยุดฝีเท้าขณะกำลังขึ้นบันได
นางหันไปถามเฉินอวิ๋นฝาน “เจ้ามีสัญญาหมั้นหมายกับนางหรือ?”
“ไม่มี” เฉินอวิ๋นฝานรีบปฏิเสธทันที
จากนั้นเขาก็หันไปกล่าวกับลั่วเสียจวิ้นจู่ว่า “ลั่วเสียจวิ้นจู่ โปรดระวังคำพูด ระหว่างข้ากับท่านไม่เคยมีความเกี่ยวข้องกัน ยิ่งไม่มีเรื่องสัญญาหมั้นหมาย”
“ขอท่านลั่วเสียจวิ้นจู่ถอนคำพูดเมื่อครู่ อย่าได้ทำลายชื่อเสียงของข้า”
