“อ๊าก—”
“ฆ่าข้าเถิด ขอร้อง ฆ่าข้าเสีย!”
……
เสียงกรีดร้องด้วยความเจ็บปวดแสนสาหัสดังออกมาจากคุกใต้ดินอันมืดอับชื้น
ภายในคุกใต้ดิน เซียวจิ่วเยวียนนั่งไขว่ห้างอย่างเกียจคร้านอยู่บนเก้าอี้ ข้างกายมีโต๊ะตัวหนึ่ง บนโต๊ะวางกาน้ำชาที่มีไอร้อนลอยกรุ่น
เซียวจิ่วเยวียนยกถ้วยชาขึ้น จิบทีละน้อย
ห่างจากเขาไม่ถึงสามก้าว คือเซี่ยเหวินจี้ที่กำลังถูกทรมาน
“ฆ่าข้าเถิด ฆ่าข้าเสีย...”
มือทั้งสองข้างของเซี่ยเหวินจี้ถูกล่ามด้วยโซ่เหล็ก ทั่วร่างเต็มไปด้วยบาดแผลและเลือดชุ่มโชก
แววตาเลื่อนลอยของเขาวิงวอนเซียวจิ่วเยวียนซ้ำแล้วซ้ำเล่า ให้ฆ่าตนเสีย
เซียวจิ่วเยวียนวางถ้วยชาในมือลงอย่างไม่เร่งร้อน ก่อนเหลือบตามองเซี่ยเหวินจี้ที่กำลังถูกทรมาน “ข้าจะถามเพียงครั้งเดียว คิดให้ดีก่อนค่อยตอบ”
“ผู้ใดสั่งให้เจ้าลงมือกับบุตรีของข้า?”
“ข้าไม่ได้...” เซี่ยเหวินจี้ยังพูดไม่ทันจบ ก็กลายเป็นเสียงกรีดร้องโหยหวน
แส้มีหนามฟาดลงบนร่างเซี่ยเหวินจี้จนเนื้อแตกยับ เจ็บปวดแสนสาหัส
เซียวจิ่วเยวียนจึงเอ่ยว่า “คิดให้ดีก่อนค่อยตอบ ครั้งหน้า เจ้าจะไม่มีโอกาสได้พูดอีก”
“ข้าพูดแล้ว ข้าพูดแล้ว เป็น...เป็นบุตรีบุญธรรมของหัวหน้า คุณหนูเจ็ดตระกูลลั่ว ลั่วหมิงจู” เซี่ยเหวินจี้หวาดกลัวอย่างแท้จริง
คนเสียสติเช่นเซียวจิ่วเยวียนหาได้หลอกง่ายเหมือนเซียวจิ่วจิ่วไม่
หากยังไม่พูดความจริง เทพอสูรผู้นี้คงฆ่าเขาจริง ๆ
เซี่ยเหวินจี้ยังไม่อยากตาย
ยิ่งไม่อยากตายอย่างไร้ค่าเช่นนี้
