“เช่นนั้นพวกเจ้าถูกผู้อื่นชักใย จงใจให้บุตรีตระกูลจางวางแผนใส่ร้ายเฉินอวิ๋นฝาน ใช่หรือไม่?”
หลังฟังเรื่องราวทั้งหมดจบ จิ่วจิ่วก็เอ่ยถามฮูหยินจาง
ฮูหยินจางร้องไห้จนน้ำตาน้ำมูกไหลพราก พยักหน้าซ้ำ ๆ “ใช่ ข้ารู้ผิดแล้ว พวกเราถูกผู้อื่นใช้เป็นเครื่องมือ ขอจวิ้นจู่โปรดเมตตาให้อภัยพวกเราด้วย”
จิ่วจิ่วมองเฉินอวิ๋นฝานกับสามีภรรยาขุนนางตรวจการเฉิน “พวกท่านคิดจะจัดการเรื่องนี้อย่างไร?”
“จัดการตามกฎหมายก็พอแล้ว” เฉินอวิ๋นฝานตอบ
ขุนนางตรวจการเฉินกับฮูหยินเฉินต่างเห็นด้วยกับข้อเสนอของเฉินอวิ๋นฝาน
จิ่วจิ่วพยักหน้า “เช่นนั้นก็ให้ใต้เท้าฟ่านจัดการ”
ท้ายที่สุด จิ่วจิ่วยังเสริมอีกประโยค “จงตรวจสอบตระกูลจางให้ละเอียด หากพบผู้กระทำผิดกฎหมาย ก็จัดการเสียให้หมด”
“ขอรับ!” องครักษ์ลับผู้หนึ่งรับคำทันที ก่อนมุ่งไปจัดการเรื่องนี้
เมื่อออกจากตระกูลจาง เฉินอวิ๋นฝานก็ส่งสามีภรรยาขุนนางตรวจการเฉินขึ้นรถม้าของสกุลเฉิน แล้วกล่าวว่า “ท่านพ่อท่านแม่กลับบ้านไปก่อนเถิด ข้ายังมีธุระต้องไปจัดการกับจวิ้นจู่ อีกสักพักค่อยกลับบ้าน”
“ได้ ระวังตัวด้วย” ฮูหยินเฉินกำชับ
“ลูกทราบแล้ว ท่านแม่ไม่ต้องเป็นห่วง” เฉินอวิ๋นฝานปลอบฮูหยินเฉิน
ขุนนางตรวจการเฉินกำชับอีกสองสามคำ ก่อนขึ้นรถม้าจากไป
เมื่อสามีภรรยาขุนนางตรวจการเฉินจากไปแล้ว จิ่วจิ่วกับเฉินอวิ๋นฝานจึงขึ้นรถม้าของจิ่วจิ่ว
ภายในรถม้า เซียวหยวนนั่งรอพวกเขาอยู่ก่อนแล้ว
“อวิ๋นฝาน เจ้าไม่เป็นไรใช่หรือไม่?” เซียวหยวนมองเฉินอวิ๋นฝานแล้วเอ่ยถามด้วยความเป็นห่วง
เฉินอวิ๋นฝานส่ายหน้า “ไม่เป็นไร ขอบพระทัยองค์ชายสิบห้า”
เซียวหยวนส่ายหน้า บอกว่าไม่ต้องเกรงใจ
