“คุกหลวงหรือ? ไม่ได้ รองหัวหน้าองครักษ์หลี่ไม่ได้เด็ดขาด ท่านผู้นี้คือ...” เมื่อได้ยินรองหัวหน้าองครักษ์หลี่บอกว่าจะส่งจิ่วจิ่วเข้าคุกหลวง ขันทีใหญ่ก็หน้าถอดสี
จวิ้นจู่น้อยผู้นี้เป็นดวงใจของคนผู้นั้นแห่งตำหนักบูรพา หากจับนางเข้าคุกหลวง คนผู้นั้นคงไม่แหกฟ้าทะลวงสวรรค์เสียจนเกิดเรื่องใหญ่หรอกกระมัง
หากคนผู้นั้นรู้ว่าเขาอยู่ในเหตุการณ์แต่กลับไม่ห้ามปราม เกรงว่าศีรษะของเขาคงไม่ทันเห็นตะวันในวันรุ่งขึ้น
ขันทีใหญ่ยิ่งคิดก็ยิ่งหวาดกลัว แทบอยากให้เวลากลับคืน
เขาจะไม่ยุ่งเรื่องชาวบ้านอีกเด็ดขาด
ต่อให้พระสนมหรูจมน้ำตาย แล้วจะเกี่ยวอะไรกับเขา?
แต่ยามนี้พูดเรื่องเหล่านั้นไปก็สายเกินไปแล้ว
ขณะที่ขันทีใหญ่ตัดสินใจเสี่ยงล่วงเกินรองหัวหน้าองครักษ์หลี่เพื่อช่วยจวิ้นจู่น้อยไว้
เสียงเล็ก ๆ ไร้เดียงสากลับขัดจังหวะเขา “กงกง อย่าห้ามเขาเลย ข้าอยากเห็นนักว่าเขาจะกล้าจับข้าเข้าคุกหลวงจริงหรือไม่!”
กล่าวจบ จิ่วจิ่วก็เท้าเอวทั้งสองข้าง แล้วท้าทายรองหัวหน้าองครักษ์หลี่ว่า “ราชันผู้นี้ไม่ได้โตมากับการถูกขู่ คนขี้ขลาดอย่างเจ้าน่ะ ราชันผู้นี้พบเห็นมามากแล้ว! ยังจะจับราชันผู้นี้เข้าคุกหลวงอีก ฮ่า ๆ ๆ... อาศัยเจ้าน่ะหรือ? บ้านเจ้าไม่มีกระจก หรือแม้แต่ฉี่ก็ไม่มี? ไปฉี่แล้วส่องดูตัวเองเสีย เจ้าขี้ขลาด!”
ด่ารวดเดียวจบ จิ่วจิ่วยังเอานิ้วแตะจมูก ทำหน้าทะเล้นเยาะเย้ยรองหัวหน้าองครักษ์หลี่
รองหัวหน้าองครักษ์หลี่โกรธจนน่าเขียว
มือที่กำดาบสั่นระริก
“วันนี้ข้าจะส่งเจ้าไปปรโลก!” รองหัวหน้าองครักษ์หลี่โกรธจัด ชูดาบขึ้นหมายจะฟันศีรษะเด็กหญิงปากคอเราะร้ายผู้นี้ให้ขาด
แต่ขันทีใหญ่ขวางเขาไว้ “รองหัวหน้าองครักษ์หลี่โปรดใจเย็น! ไยต้องถือสาเด็กคนหนึ่งด้วย เห็นแก่หน้าข้าสักนิด...”
