“จวิ้นจู่น้อย พบเบาะแสของเหมยอิ่งเซิงแล้วพ่ะย่ะค่ะ”
ขณะจิ่วจิ่วกำลังวิ่งหน้าตั้งไปยังตำหนักบรรทมของเซียวจิ่วเยวียน ติงซานก็พลันปรากฏตัวลงมาขวางทางนาง
“รวดเร็วถึงเพียงนี้เชียว?” จิ่วจิ่วเลิกคิ้ว นางนึกว่าเขาจะซ่อนตัวได้มิดชิดกว่านี้เสียอีก!
คิดไม่ถึงว่าจะถูกพบตัวเร็วถึงเพียงนี้
แววดูแคลนวูบผ่านดวงตาจิ่วจิ่ว นางถามติงซานว่า “เขาซ่อนอยู่ที่ใด?”
“เรือฉิงเทียน” สีหน้าของติงซานซับซ้อนเล็กน้อยยามเอ่ยสามคำนี้
จิ่วจิ่วยกยิ้มมุมปาก “ที่แท้ก็ซ่อนอยู่บนเรือฉิงเทียนนี่เอง มิน่าเล่าถึงหาเขาไม่พบเสียที”
“เป็นความสะเพร่าของข้าน้อยเอง” ติงซานเองก็คาดไม่ถึงว่าเหมยอิ่งเซิงจะซ่อนตัวอยู่บนเรือฉิงเทียน
จิ่วจิ่วส่ายหน้า “ไม่ใช่ความผิดของเจ้า เจ้าคนเฒ่านั่นซ่อนตัวเก่งเกินไปต่างหาก”
“จริงสิ เขาซ่อนอยู่บนเรือฉิงเทียน แล้วไม่ได้ปะทะกับคนขององค์กรดอกบัวทมิฬหรือ?”
ติงซานลังเลเล็กน้อย หลังชะงักไปครู่หนึ่งจึงกล่าวว่า “เขาปลอมแปลงโฉมเป็นศิษย์ชั้นต่ำที่รับหน้าที่ให้อาหารลิงน้ำขององค์กรดอกบัวทมิฬ จนถึงยามนี้ยังไม่มีผู้ใดพบตัวพ่ะย่ะค่ะ”
จิ่วจิ่วพลันสนใจขึ้นมา “ปลอมแปลงโฉมรึ? น่าสนใจอยู่บ้าง”
นางลูบคาง พลางยิ้มอย่างมีเลศนัย “ล้วนเป็นคนคุ้นเคยกันทั้งนั้น พวกเราต้องช่วยเขาสักหน่อยแล้ว”
“เอาอย่างนี้ อีกประเดี๋ยวพวกเรา…”
จิ่วจิ่วกวักนิ้วเรียกติงซานให้เข้ามาใกล้ ก่อนกระซิบบางอย่างข้างหูเขา
เมื่อนางพูดจบ ติงซานก็ชูนิ้วหัวแม่มือให้นางเงียบ ๆ
คืนนั้น เงาร่างสองสายปรากฏขึ้นใกล้เรือฉิงเทียนอย่างไร้สุ้มเสียง
