“หุบปาก!”
ฝูเป่าโกรธจนใบหน้าซีดเขียว ทั้งร่างสั่นสะท้าน
นางไม่เคยพบเห็นคนหน้าด้านไร้ยางอายถึงเพียงนี้มาก่อน!
“เจ้าคิดจะทำอะไรกันแน่?”
ฝูเป่าจ้องจิ่วจิ่วเขม็ง แววตาปะทุด้วยโทสะและความเคียดแค้นอย่างรุนแรง
หากสายตาสามารถสังหารคนได้ จิ่วจิ่วคงถูกสับเป็นเนื้อบดไปแล้ว
เมื่อเผชิญหน้ากับความโกรธแค้นของฝูเป่า จิ่วจิ่วกลับมีสีหน้าไร้เดียงสา
“เจ้าดุข้าทำไม? อ้อ ข้ารู้แล้ว เจ้ากำลังโกรธที่ข้าเปิดโปงธาตุแท้ภายใต้หน้ากากแสร้งทำเป็นคนดีของเจ้าใช่หรือไม่?”
จิ่วจิ่วตบมือ ทำท่าราวกับเพิ่งเข้าใจเรื่องราว
จากนั้นก็ทำท่าทางราวกับผู้ใหญ่ตัวน้อย กล่าวกับฝูเป่าว่า “ข้าไม่ได้ว่าเจ้านะ การเป็นคนเราควรจริงใจสักหน่อย หากคิดคำนวณผู้อื่นไปเสียทุกเรื่อง สักวันย่อมได้รับผลกรรม”
“ข้าไม่ได้ทำ!” ฝูเป่าตวาด
จิ่วจิ่วพยักหน้า “ใช่ ๆ เจ้าพูดถูกทุกอย่าง”
“เสี่ยวหนิงเอ๋อร์ คุณหนูเจ็ดตระกูลลั่วคิดว่าข้าสอดมือยุ่งเรื่องของนางหรือไม่? มิฉะนั้นพวกเราอย่าส่งเสบียงกับเสื้อกันหนาวไปยังสถานสงเคราะห์อีกเลย ข้ากลัวนางจะผูกใจเจ็บ แล้วหาทางแก้แค้นข้า หากเกิดเรื่องขึ้น เด็กตัวเล็กอ่อนแอไร้เรี่ยวแรงเช่นข้าจะทำอย่างไรเล่า?”
จิ่วจิ่วพูดพลางถอยหลัง ทำท่าทางราวกับขี้ขลาดและเปราะบางยิ่ง
เด็ก ๆ ในสถานสงเคราะห์ที่กำลังกินซาลาเปาไส้เนื้อเห็นดังนั้น ก็รีบเข้ามาปกป้องจิ่วจิ่ว
“คุณหนูเจ็ดตระกูลลั่ว เหตุใดท่านจึงรังแกจวิ้นจู่น้อย?” เด็กคนหนึ่งถามฝูเป่าด้วยความไม่เข้าใจ
ฝูเป่าชี้จมูกตนเอง โกรธจนปากแทบเบี้ยว “ข้ารังแกนางหรือ?”
พวกเขาตาบอดกันหมดหรือไร?
