“เสี่ยวเยวียนจื่อ เจ้าเป็นอะไรไป?”
จิ่วจิ่วตกใจกับสภาพของเซียวจิ่วเยวียนในยามนี้ เพิ่งจะก้าวเข้าไปหา ก็ถูกเซียวจิ่วเยวียนห้ามไว้
เซียวจิ่วเยวียนกุมศีรษะ เค้นคำพูดออกมาอย่างยากลำบาก “รีบไป…หนีไป…”
“เสี่ยวเยวียนจื่อ…อ๊า…” จิ่วจิ่วเพิ่งเอ่ยปาก ลำคอก็ถูกเซียวจิ่วเยวียนบีบไว้แน่น
ยังไม่ทันที่จิ่วจิ่วจะขัดขืน มืออีกข้างของเซียวจิ่วเยวียนก็ฟาดใส่ตัวเองอย่างแรง
โลหิตไหลจากมุมปากของเซียวจิ่วเยวียน
แววเจ็บปวดดิ้นรนวาบผ่านดวงตาสีแดงก่ำ เขาตะโกนใส่จิ่วจิ่ว “รีบไป!”
สิ้นเสียง เขาก็เหวี่ยงจิ่วจิ่วออกไปเต็มแรง
ก่อนที่จิ่วจิ่วจะตกถึงพื้น เงาร่างสีขาวสายหนึ่งก็ปรากฏขึ้น รับร่างเล็ก ๆ ของจิ่วจิ่วเอาไว้
“เป็นอะไรหรือไม่?” สือหวยเหยียนถามเสียงต่ำ
จิ่วจิ่วรีบส่ายหน้า พลางชี้ไปยังร่างของเซียวจิ่วเยวียน “ซือหูหู รีบไปหยุดเสี่ยวเยวียนจื่อ!”
ระหว่างที่นางพูด เซียวจิ่วเยวียนก็พุ่งตรงไปทางตระกูลลั่วอย่างรวดเร็ว
สือหวยเหยียนไม่กล่าวสิ่งใด ใช้วิชาตัวเบาทะยานตามไปขวางเซียวจิ่วเยวียนที่เสียสติ
เซียวจิ่วเยวียนในยามนี้เสียสติไปแล้ว
เขาจำสือหวยเหยียนไม่ได้แม้แต่น้อย
ทั้งสองต่อสู้กันอย่างดุเดือดในเวลาไม่นาน
สือหวยเหยียนยิ่งสู้ก็ยิ่งฮึกเหิม เขาอยากประมือกับเซียวจิ่วเยวียนอย่างเต็มกำลังมานานแล้ว
เสียสติก็ช่าง ขอเพียงได้ต่อสู้ก็พอ
จากนั้นจิ่วจิ่วก็พบว่าเดิมทีมีเพียงเสี่ยวเยวียนจื่อคนเดียวที่กำเริบ
บัดนี้กลับกลายเป็นคนคลุ้มคลั่งไปด้วยกันทั้งสองคน
“คนหนึ่งก็แล้ว อีกคนก็อีกคน ไม่เคยทำให้คนสบายใจเลย” จิ่วจิ่วกระทืบเท้าอย่างโมโห อยากด่าคนให้รู้แล้วรู้รอด
