“เหตุใดเจ้าจึงมาอยู่ที่นี่?”
ภายในหอศึกษากุมาร องค์ชายสิบสี่เห็นเซียวหยวน สีหน้าพลันเย็นชาลง
เซียวหยวนถอยหลังไปสองก้าวโดยสัญชาตญาณ กระทั่งมือเล็ก ๆ ที่อบอุ่นจับมือเขาไว้ เขาจึงได้สติขึ้นมา
บัดนี้เขาไม่ใช่เด็กน้อยน่าสงสารที่โหยหาความรักจากมารดาในตำหนักเย็นอีกแล้ว
เมื่อนึกถึงเรื่องนี้ เซียวหยวนก็รวบรวมความกล้าเอ่ยกับองค์ชายสิบสี่ “ข้าก็เป็นโอรสของเสด็จพ่อ เหตุใดจึงมาเรียนที่หอศึกษากุมารไม่ได้?”
“เจ้ากล้าพูดกับข้าเช่นนี้เชียวหรือ?” ความโกรธพลันปรากฏขึ้นบนใบหน้าขององค์ชายสิบสี่
เซียวหยวนไม่ถนัดโต้เถียงกับผู้อื่น ทว่าเขาพูดความจริงเป็น “สิ่งที่ข้าพูดล้วนเป็นความจริง พวกเราเป็นพี่น้องกัน เจ้ามาได้ เหตุใดข้าจึงมาไม่ได้ หรือเจ้าไม่ใช่โอรสของเสด็จพ่อ?”
องค์ชายสิบสี่โกรธจนหน้าเขียวคล้ำ กัดฟันจ้องเซียวหยวนเขม็ง
จิ่วจิ่วที่อยู่ด้านข้างหัวเราะจนตัวงอ
ฮ่า ๆ ๆ… สมแล้วที่ความจริงใจคือไม้ตาย ฮ่า ๆ ๆ
เสี่ยวขู่กวาทำได้ดีมาก!
“หุบปาก! ข้าย่อมเป็นโอรสของเสด็จพ่อ ส่วนเจ้าเป็นลูกนอกสมรสที่ไม่รู้โผล่มาจากที่ใด!” องค์ชายสิบสี่อับอายจนพาลพาโล พูดจาไม่ยั้งคิด
เซียวหยวนกลับไม่โกรธแม้แต่น้อย ทั้งยังวิเคราะห์ให้องค์ชายสิบสี่ฟังอย่างจริงจัง “เช่นนั้นเจ้าก็ควรไปถามพระสนมหรง หากข้าเป็นลูกนอกสมรสที่นางลอบมีสัมพันธ์กับผู้อื่นจนให้กำเนิดจริง ข้ายินดีรับโทษ”
“เจ้า…”
สีหน้าขององค์ชายสิบสี่ยิ่งย่ำแย่ลง
พระสนมหรงเป็นมารดาผู้ให้กำเนิดเซียวหยวนก็จริง
แต่ผู้ที่พระสนมหรงเลี้ยงดูอยู่ข้างกาย ทะนุถนอมและปูทางให้ในยามนี้กลับเป็นเขา
หากคำพูดเมื่อครู่แพร่ออกไป ชื่อเสียงของพระสนมหรงย่อมเสียหาย ผู้ที่ได้รับผลกระทบอย่างแท้จริงไม่ใช่ดาวอับโชคอย่างเซียวหยวน แต่เป็นเขา
