กลางพงไพร ในป่าทึบ
จิ่วจิ่วกับเจ้าก้อนแป้งอ้วน และเจียงเผยจวินทั้งสามคนต่างจ้องหน้ากันตาไม่กะพริบ
“เจ้าไม่รู้ทางหรือ?” จิ่วจิ่วถามเจ้าก้อนแป้งอ้วนด้วยความโมโห
เจ้าก้อนแป้งอ้วนหดคอ “ข้า... ข้าไม่ได้บอกเสียหน่อยว่ารู้ทาง!”
ฮือ ๆ ๆ... แววตาของอาจารย์ตัวน้อยน่ากลัวเหลือเกิน
จิ่วจิ่วถลึงตาใส่เขา “ไม่รู้ทางแล้วจะนำทางส่งเดชทำไม?”
“พวกเจ้าก็ไม่ได้ห้ามข้านี่! ข้าก็นึกว่าตัวเองเดินมาถูกทางแล้ว” เจ้าก้อนแป้งอ้วนแทบร้องไห้
จิ่วจิ่วโมโหจนเจ็บหัวใจ
เจ้าตัวถ่วงความเจริญ
ไม่รู้ทางแล้วยังมุ่งหน้าพรวดพราด พวกนางจึงนึกว่าเขารู้ทาง
ผลคือเดินกันมาตั้งครึ่งวัน จู่ ๆ เขาก็โพล่งขึ้นมาว่าไม่รู้ทาง!
แล้วที่เดินกันมาตั้งนานนี่นับเป็นอะไร? นับว่าพวกเขาโชคร้ายหรือ?
“หุบปากไปเสีย!” จิ่วจิ่วกลัวว่าเขาจะพูดต่อ จนตนอดใจไม่ไหวซัดเขาสักที
ตัวถ่วงความเจริญ ช่างเป็นตัวถ่วงเสียจริง!
จิ่วจิ่วกำลังจะหาสัตว์ตัวเล็ก ๆ มาถามทาง
แต่พลันลังเลขึ้นมา
เจ้าก้อนแป้งอ้วนนั้นจัดการง่าย สมองซื่อตรง หลอกล่อได้ไม่ยาก
ปัญหาอยู่ที่เด็กสาวนามเจียงเผยจวินผู้นี้
แม้นางจะดูบอบบางราวกิ่งหลิว ร่างกายอ่อนแอ ทว่าจิ่วจิ่วกลับรู้สึกว่านางเป็นอันตราย
ขณะที่จิ่วจิ่วกำลังลังเล เจียงเผยจวินก็เอ่ยขึ้นว่า
“บางทีข้าอาจมีวิธีหาทางได้”
จิ่วจิ่วกับเจ้าก้อนแป้งอ้วนพากันหันไปมองเจียงเผยจวิน
เห็นเจียงเผยจวินหยิบสมุดเล่มเล็กกับพู่กันออกมา เปิดขวดกระเบื้องใบจ้อยที่คาดไว้ตรงเอว ใช้ปลายพู่กันแตะน้ำหมึก แล้วเริ่มวาดลงบนสมุด
เพียงไม่กี่เส้น นางก็วาดภูมิประเทศของภูเขาลูกหนึ่งออกมา
