“นายหญิงน้อยโปรดรอสักครู่!”
สิ้นคำ ชิงอู๋ก็ทำมือเป็นสัญญาณ
คนตระกูลอู๋ต่างมองจิ่วจิ่วกับชิงอู๋อย่างงุนงง
นางคิดจะทำอะไรกันแน่?
“ชิงอู๋ ข้าไม่ชอบตระกูลอู๋” จิ่วจิ่วกล่าวอีกครั้ง
ชิงอู๋พยักหน้า “เช่นนั้นก็ทำลายเสีย”
ถ้อยคำนี้ทำให้คนตระกูลอู๋ทนไม่ไหว
“เด็กน้อยอย่างเจ้าพูดเป็นหรือไม่?”
“นั่นสิ หากพูดไม่เป็นก็หุบปากเสีย! ยังคิดจะทำลายตระกูลอู๋ของข้าอีก ช่างเหมือนคางคกอ้าปากหาว คุยโวโอหังเสียจริง”
“ท่านลุง คนผู้นี้คงมาหลอกลวงถึงบ้านเรากระมัง? ท่านรีบให้คนโยนพวกเขาออกไป อย่าให้มาแปดเปื้อนสถานที่ของตระกูลอู๋”
“ใครก็ได้! รีบมาขับไล่เด็กจอมหลอกลวงผู้นี้ออกไป!”
……
เมื่อเห็นจิ่วจิ่วไม่เอ่ยปาก คนตระกูลอู๋ก็คิดว่านางร้อนตัว ยิ่งพูดยิ่งได้ใจ
ถึงขั้นมีคนตะโกนว่าจะโยนนางออกไป
จิ่วจิ่วมองดูทุกสิ่งอย่างเย็นชา
พลันนางยกมุมปากขึ้น
จากนั้นชูนิ้วขึ้นหนึ่งนิ้ว เริ่มนับ “หนึ่ง สอง สาม…ตูม!”
ทันทีที่จิ่วจิ่วชูนิ้วครบสามนิ้ว ภายในตระกูลอู๋ก็พลันเกิดเสียงดังสนั่น
“ตูม——”
ตระกูลอู๋เกิดระเบิด กลายเป็นซากปรักหักพัง
“เกิดอะไรขึ้น?”
“เรื่องเป็นอย่างไรกัน?”
“สวรรค์! ตระกูลอู๋…ตระกูลอู๋หายไปแล้วหรือ?”
“เหตุใดจึงเป็นเช่นนี้?”
……
หลังเสียงระเบิด บ่าวไพร่ในตระกูลอู๋ต่างหนีกระเซอะกระเซิงออกมา
พ่อบ้านตรวจนับแล้วพบว่าไม่มีผู้ใดเสียชีวิต ทว่าตระกูลอู๋ถูกระเบิดจนพินาศสิ้นแล้ว
ยามตระกูลอู๋อลหม่าน จิ่วจิ่วนั่งอยู่บนเก้าอี้ ข้างกายมีเตาไฟเล็ก ๆ ตั้งอยู่ บนเตาวางตะแกรงเหล็ก บนตะแกรงมีทั้งกาน้ำชาและผลไม้นานาชนิด
ชิงอู๋ก้มตัวคีบผลไม้ที่ย่างจนร้อนจากตะแกรงใส่จาน รอให้คลายร้อนเล็กน้อยแล้วจึงปอกเปลือก ก่อนส่งให้จิ่วจิ่ว
