ลวี่อวิ๋นผิงกล่าวว่า “ก็แค่สายลับตัวเล็ก ๆ เกรงว่าทางคุกหลวงคงไม่รับตัวไป”
“ไม่หรอก เจ้าให้คนส่งข่าวไปที่คุกหลวง บอกว่าเป็นคำสั่งของข้า พวกเขาย่อมรับตัวไป” จิ่วจิ่วกล่าว
ลวี่อวิ๋นผิงมองจิ่วจิ่วอย่างประหลาดใจ
ได้ยินมาว่าสือหวยเหยียนกับไท่จื่อเป็นศัตรูกัน คิดไม่ถึงว่าจวิ้นจู่หย่งอานจะมีความสัมพันธ์อันดีกับทางคุกหลวงถึงเพียงนี้
ดูท่าว่าข่าวลือก็ใช่ว่าจะเชื่อถือได้ทั้งหมด
ลวี่อวิ๋นผิงจึงส่งคนไปยังคุกหลวงทันที
ไม่นาน คนจากคุกหลวงก็มาพาตัวจ้าวหลิงเฉิน สายลับจากแคว้นรื่ออิ๋งไป
จิ่วจิ่วกลับถึงตำหนักบูรพา พ่อบ้านชราก็ออกมาต้อนรับทันที
“จวิ้นจู่น้อยกลับมาแล้ว ข้าให้ห้องเครื่องเตรียมอาหารจานโปรดของจวิ้นจู่น้อยไว้ วันนี้จวิ้นจู่น้อยเหน็ดเหนื่อยถึงเพียงนี้ ประเดี๋ยวต้องเสวยให้มากหน่อยนะขอรับ” พ่อบ้านชรายิ้มจนใบหน้าเต็มไปด้วยริ้วรอย
จิ่วจิ่วยิ้มรับ “ได้เลย ขอบคุณท่านปู่พ่อบ้าน”
พ่อบ้านชราเห็นท่าทางว่านอนสอนง่ายและรู้มารยาทของจวิ้นจู่น้อย ก็ยิ่งยิ้มอย่างเบิกบาน
ยามรับประทานอาหารเย็น จิ่วจิ่วไม่เห็นเซียวจิ่วเยวียน
จึงถามพ่อบ้านชราว่า “ท่านปู่พ่อบ้าน ช่วงหลายวันนี้เสี่ยวเยวียนจื่อยุ่งอยู่กับสิ่งใด ข้าไม่ได้พบเขามาหลายวันแล้ว”
พ่อบ้านชราส่ายหน้ากล่าวว่า “องค์รัชทายาทมิได้ตรัส ช่วงหลายวันนี้พระองค์กลับมาค่อนข้างดึก ยามกลับมาจวิ้นจู่น้อยก็บรรทมแล้ว พระองค์แอบมองจวิ้นจู่น้อยแวบหนึ่ง จากนั้นก็กลับห้องไปบรรทม พอฟ้ายังไม่ทันสางก็เสด็จออกไปอีก ไม่รู้ว่าทรงยุ่งอยู่กับสิ่งใด”
“เฮ้อ องค์รัชทายาททรงตรากตรำเช่นนี้ ย่อมเสวยอาหารไม่เป็นเวลา กว่าจะบำรุงจนมีเนื้อมีหนังได้บ้าง ก็ผอมลงอีกแล้ว”
