“เจ้าทำอะไร? ตื่นเดี๋ยวนี้!”
เซียวจิ่วเยวียนไหวตัวว่องไว คว้ามือที่จิ่วจิ่วถือกริชไว้ พลางกระซิบเสียงเข้มข้างหูนาง
ดวงตาของจิ่วจิ่วแดงก่ำ ราวกับสิ้นสติไปแล้ว นางพึมพำประโยคเดิมซ้ำไปซ้ำมาไม่หยุด
“ฆ่า ฆ่าเจ้า! ฆ่าพวกเจ้าให้หมด!”
เมื่อเซียวจิ่วเยวียนจับมือนางไว้ นางก็ก้มลงกัดหลังมือของเขา
“จิ่วจิ่ว ตื่นเดี๋ยวนี้!” เซียวจิ่วเยวียนกดศีรษะนางไว้ เพื่อให้นางอยู่ห่างจากตนพอสมควร
จิ่วจิ่วคลุ้มคลั่ง ใบหน้าบิดเบี้ยว กรีดกรายมือเท้าพลางกวัดแกว่งกริชใส่เซียวจิ่วเยวียน
ปากก็ร้องตะโกนว่าจะฆ่าเขาไม่หยุด
สีหน้าของเซียวจิ่วเยวียนเองก็ย่ำแย่ยิ่งนัก
เรื่องที่เขากังวลที่สุดยังคงเกิดขึ้นจนได้
ขณะที่เซียวจิ่วเยวียนกำลังคิดจะเสี่ยงทุกอย่าง ทำลายหอเล็กแห่งนี้แล้วพาจิ่วจิ่วจากไป
เงาสีเทาตัวเล็กพลันมุดออกมาจากเรือนผมของจิ่วจิ่ว
“จี๊ด ๆ ๆ...”
เสี่ยวฮุยมุดออกมาจากเรือนผมของจิ่วจิ่ว แล้วหมอบอยู่บนไหล่นาง ก่อนจะงับเข้าที่ลำคอของจิ่วจิ่วเต็มแรง
“อย่า...” เซียวจิ่วเยวียนคิดห้าม แต่ก็ไม่ทันการณ์
เขายังไม่ทันได้ตรวจดูบาดแผลตรงลำคอของจิ่วจิ่ว การเคลื่อนไหวของนางก็ค่อย ๆ สงบลง
เสียง “เคร้ง” ดังขึ้น กริชในมือจิ่วจิ่วร่วงลงพื้น
จากนั้นเสียงงุนงงของจิ่วจิ่วก็ดังขึ้น “ข้า... เมื่อครู่เกิดอะไรขึ้น?”
เมื่อเห็นจิ่วจิ่วได้สติกลับคืน เซียวจิ่วเยวียนก็ถอนหายใจด้วยความโล่งอก
เขาเล่าเรื่องที่เกิดขึ้นเมื่อครู่ให้นางฟังคร่าว ๆ
ใบหน้าน้อย ๆ งดงามราวกับหยกสลักของจิ่วจิ่วแต้มไปด้วยไอสังหารเข้มข้น
จากนั้นนางก็กัดฟันเอ่ยสามคำ “ปราณอาฆาตวิญญาณ!”
