ภายในรถม้า เซียวจิ่วเยวียนกำลังจุดกำยานและจิบชาอย่างละเมียดละไม
ทันใดนั้นม่านรถม้าก็ถูกเลิกขึ้น จิ่วจิ่วพุ่งเข้ามาราวกับโจรตัวน้อย
นางไม่พูดพร่ำทำเพลง แย่งถ้วยชาในมือเขามาแล้วเทลงในกระถางกำยาน
กำยานดับลง กลิ่นประหลาดอบอวลไปทั่วรถม้า
“เจ้าเป็นอะไรขึ้นมาอีก?” ยามนี้เซียวจิ่วเยวียนรับมือกับอาการแผลงฤทธิ์ระดับนี้ของนางได้อย่างใจเย็นแล้ว
จิ่วจิ่วแค่นเสียง ฮึดอกเท้าเอวกล่าวว่า “ราชันผู้นี้ให้อภัยเจ้าที่พูดจาเหลวไหลตามประสาเด็ก”
เซียวจิ่วเยวียนกุมขมับ
ต้องส่งนางไปเรียนหนังสือทันที
ไร้ความรู้แล้วยังชอบใช้สำนวนส่งเดช ช่างน่าอับอาย!
“ไท่จื่อ ข้าขอรบกวนแล้ว” ยามนั้นองค์หญิงใหญ่ก็ขึ้นรถม้า โดยมีสาวใช้ประคอง
เซียวจิ่วเยวียนหันไปมององค์หญิงใหญ่อย่างฉงน “มีธุระหรือ?”
องค์หญิงใหญ่ส่ายหน้า
เซียวจิ่วเยวียนไม่เอ่ยวาจา แววตาราวกับกำลังถามว่า เมื่อไม่มีธุระ แล้วท่านมาที่นี่ด้วยเหตุใด?
องค์หญิงใหญ่อ่านความหมายในแววตาของเขาออก จึงมองจิ่วจิ่วด้วยสีหน้าอับจนปัญญา
จากนั้นนางก็เอ่ยคำพูดของจิ่วจิ่วเมื่อครู่ซ้ำด้วยท่าทีเจ้าเล่ห์ “จิ่วจิ่วบอกว่าไท่จื่อมีประจำเดือน ปวดท้อง จึงให้ข้ามาดูท่าน”
“พรวด!”
ชาที่เซียวจิ่วเยวียนเพิ่งดื่มเข้าไปพุ่งออกมาจนหมด
จิ่วจิ่วที่นั่งอยู่ตรงข้ามถูกเขาพ่นชาใส่เต็มหน้า
“เจ้าใส่ร้ายข้าเช่นนี้ข้างนอกหรือ?” เซียวจิ่วเยวียนจ้องจิ่วจิ่วเขม็ง กัดฟันถาม
จิ่วจิ่วยื่นมือดึงใบชาที่ติดจมูกออก แล้วพุ่งเข้าไปคว้าเสื้อผ้าของเซียวจิ่วเยวียนมาเช็ดหน้า
ปากก็ยังร้องไม่หยุด “อ๊ากกก สกปรกเหลือเกิน สกปรกเหลือเกิน ข้าไม่สะอาดแล้ว ฮือๆๆ...”
