นอกพระตำหนักอิ่งเสวี่ย
เงาร่างเล็ก ๆ สามร่างแอบ ๆ ซ่อน ๆ ชะโงกมองอยู่ตรงนั้น
“เจ้ากำลังหาอะไร?” จิ่วจิ่วถามองค์หญิงสิบเจ็ด
องค์หญิงสิบเจ็ดรีบยกมือปิดปากนาง “เจ้าอยากตายหรือ? เบาเสียงหน่อย”
“ข้ากำลังหาช่องหมาลอด”
จิ่วจิ่วปัดมือของนางออก ดวงตากลมโตเบิกกว้าง “เจ้าจะให้ราชันผู้นี้มุดช่องหมาลอดหรือ?”
องค์หญิงสิบเจ็ดจะยกมือปิดปากนางอีกครั้ง แต่จิ่วจิ่วหลบไปก่อนแล้ว
องค์หญิงสิบเจ็ดโกรธจนกระทืบเท้า “เบาเสียงหน่อย หากถูกจับได้ พวกเราตายแน่”
“สตรีผู้นั้นต้องสับพวกเราเป็นชิ้น ๆ แล้วเอาไปป้อนพวกตัวที่นางเลี้ยงไว้ ข้ายังไม่อยากตาย เจ้าอย่าลากข้าไปซวยด้วย”
นี่เป็นครั้งแรกที่จิ่วจิ่วได้ยินองค์หญิงสิบเจ็ดบอกว่าโจวเสวียยินยังเลี้ยงพวกสัตว์กินเนื้อเอาไว้ด้วย
นางจึงถามทันทีว่า “นางเลี้ยงตัวอะไรไว้?”
องค์หญิงสิบเจ็ดหลบสายตา “ตะ...ตัวอะไรที่ไหน? ข้าพูดหรือ? เจ้าอย่าพูดเหลวไหล เอาละ เลิกพูดมาก รีบหาช่องหมาลอดกัน”
จิ่วจิ่วหรี่ตาเพ่งมององค์หญิงสิบเจ็ดที่ทำลับ ๆ ล่อ ๆ
นางไม่ซื่อตรงจริง ๆ ด้วย!
“เสี่ยวขู่กวา อีกประเดี๋ยวตามข้าให้ติด” จิ่วจิ่วกำชับเซียวหยวนเสียงเบา
เซียวหยวนพยักหน้า ไม่ถามสักคำว่าเพราะเหตุใด
ครู่ต่อมา เสียงจากทางองค์หญิงสิบเจ็ดก็ดังขึ้น “เจอแล้ว อยู่ทางนี้...”
จิ่วจิ่วให้เซียวหยวนมุดเข้าไปเป็นคนแรก
จากนั้นก็เป็นองค์หญิงสิบเจ็ด
ส่วนนางอยู่ท้ายสุด
ขณะที่องค์หญิงสิบเจ็ดคลานเข้าไปได้ครึ่งทาง จิ่วจิ่วก็ขว้างระเบิดอัสนีเพลิงไปยังโคนกำแพงที่อยู่ไม่ไกล
“ตูม—”
เสียงดังสนั่น ตามด้วยกำแพงรอบพระตำหนักอิ่งเสวี่ยที่พังถล่มลงมา
เสียงทางนี้ดึงดูดความสนใจผู้คนไม่น้อย เสียงฝีเท้าหลายระลอกมุ่งหน้ามาทางนี้
