“เรื่องทางนี้ เสี่ยวเยวียนจื่อรู้หรือไม่?” จิ่วจิ่วถามชิงอู๋
ชิงอู๋ส่ายหน้า “เมื่อครู่พวกกระหม่อมยังหาไท่จื่อไม่พบพ่ะย่ะค่ะ”
จิ่วจิ่วกลอกตาไปมา ก่อนกล่าวว่า “ในเมื่อเขาไม่รู้ เช่นนั้นก็ไม่ต้องบอกเขาแล้ว”
ท่ามกลางสายตาฉงนของชิงอู๋ มุมปากของจิ่วจิ่วค่อย ๆ ยกขึ้น เผยรอยยิ้มเย็นเยียบ
“ในเมื่ออยากให้ข้าตายนัก ข้าก็จะตายให้เขาดู”
คำพูดเพียงประโยคเดียวทำให้ชิงอู๋เหงื่อเย็นผุดซึมไปทั่วกาย
ชิงอู๋รีบกล่าว “จวิ้นจู่น้อยอย่าทำเรื่องโง่เขลาเลยพ่ะย่ะค่ะ ไท่จื่อ...”
จิ่วจิ่วตัดบทชิงอู๋ “ชิงอู๋ เจ้ากลับไปเล่าเรื่องที่เกิดขึ้นเมื่อครู่ให้เสี่ยวเยวียนจื่อฟังตามจริง ยกเว้นเรื่องที่ข้าไม่เป็นไร นอกนั้นต้องบอกตามจริง เข้าใจหรือไม่?”
ได้ยินดังนั้น ชิงอู๋ก็ถอนหายใจโล่งอก
ขอเพียงจวิ้นจู่น้อยไม่ได้คิดสั้นจะทำเรื่องโง่เขลาก็พอ
“จวิ้นจู่น้อย ตั้งใจจะปิดบังไท่จื่อจริงหรือพ่ะย่ะค่ะ?” ชิงอู๋พอจะเดาความคิดของจวิ้นจู่น้อยได้ นางคงกลัวว่าไท่จื่อจะยอมรับเรื่องนี้ไม่ได้
จิ่วจิ่วแค่นหัวเราะ “มีบางเรื่องไม่ช้าก็ต้องเผชิญหน้า ในเมื่อเขาไม่ยอมตัดสินใจ ข้าก็จะตัดสินใจแทนเขา”
กล่าวจบ จิ่วจิ่วก็ไม่เปิดโอกาสให้ชิงอู๋พูดต่อ นางพาติงซานหมุนกายจากไปทันที
เมื่อคนจากไปแล้ว ชิงอู๋จึงเพิ่งนึกขึ้นได้ว่าตนไม่รู้แม้กระทั่งว่าคนที่อยู่ข้างกายจวิ้นจู่น้อยเป็นใคร
ตลอดทาง เขาถูกจวิ้นจู่น้อยจูงจมูกอย่างสิ้นเชิง
บารมีของจวิ้นจู่น้อยคล้ายไท่จื่อมากขึ้นทุกที ยามเผชิญหน้ากับนาง เขาถึงกับรู้สึกราวกับกำลังเผชิญหน้าไท่จื่อในอดีต
ชิงอู๋ลงจากเขาไปตามหาเซียวจิ่วเยวียน
