ข่าวเรื่ององค์หญิงใหญ่ถูกม้าพยศจนบาดเจ็บ ยังไม่รู้ชะตากรรม แพร่สะพัดไปทั่วเมืองหลวง
ดวงตานับไม่ถ้วนต่างจับจ้องไปยังตำหนักองค์หญิงใหญ่
บางคนอ้างว่าจะมาเยี่ยมองค์หญิงใหญ่แล้วไปเยือนถึงหน้าประตู
บางคนถึงกับพาหมอมีชื่อเสียงมาด้วย
แต่ไม่มีข้อยกเว้น ทุกคนล้วนถูกปฏิเสธไม่ให้เข้าไป
ยามนั้นจึงมีข่าวลือว่าองค์หญิงใหญ่แท้งบุตร อาการสาหัสใกล้สิ้นพระชนม์
ข่าวนี้แพร่ไปถึงหูองค์ชายสี่
องค์ชายสี่พลันยินดีเป็นล้นพ้น “ตายเสียก็ดี! กล้าเข้าใกล้ดาวหายนะอย่างเซียวจิ่วเยวียน ตายไปก็สมควรแล้ว!”
“คนที่พวกเราส่งไปยังกองทัพตระกูลจิ่นเป็นอย่างไรบ้าง? คราวก่อนเฉิงซงผิงเกิดเรื่อง พวกเราช้าไปก้าวหนึ่ง ถูกคนชิงลงมือก่อน ครั้งนี้จะต้องไม่ให้ผิดพลาดซ้ำรอยเดิม”
ที่ปรึกษาขององค์ชายสี่กล่าวทันที “องค์ชายสี่โปรดวางพระทัย ทางกองทัพตระกูลจิ่นอยู่ในการควบคุมของพวกเราทั้งหมดพ่ะย่ะค่ะ”
เมื่อได้ยินเช่นนั้น องค์ชายสี่จึงพยักหน้าพอพระทัย
จากนั้นก็ตรัสถาม “ผู้ใดเป็นคนลงมือกับเซียวหัวจิ้น มีเบาะแสหรือไม่?”
ที่ปรึกษาส่ายหน้า “ขณะนี้ยังไม่ได้รับข่าวพ่ะย่ะค่ะ”
“อีกฝ่ายกล้าลงมือกับเซียวหัวจิ้นในเมืองหลวง แสดงว่ามีกำลังไม่ธรรมดา หากปล่อยไว้ไม่จัดการ ใครจะรู้ว่าครั้งหน้าเป้าหมายของอีกฝ่ายจะไม่ใช่ข้า?” องค์ชายสี่รู้สึกถึงภัยคุกคามอย่างยิ่ง
ที่ปรึกษาขานรับด้วยสีหน้าเคร่งขรึม ก่อนส่งคนออกไปสืบเรื่องทันที
ข่าวแพร่ไปถึงวังหลัง
โจวเสวียยินขมวดคิ้วแน่น “เหตุใดจึงเป็นเช่นนี้? เปิ่นกงมิได้บอกหรือว่าเพียงสั่งสอนนางเล็กน้อยก็พอ”
“ช่างเถิด ตายก็ตายไป ถือว่าโชคร้ายของนางเอง”
