“ราชครู?”
ใต้เท้าฟ่านเบิกตากว้าง แววตาเต็มไปด้วยความตื่นตะลึง
เขาถามย้ำอย่างไม่อยากเชื่อ “เจ้าว่า ผู้บงการสังหารหมู่เมืองจิ้นคือราชครูหรือ?”
เฉี่ยวเหนียงพยักหน้า ใบหน้าซีดเซียวผอมบางเผยความเจ็บปวด “เป็นเขานั่นแหละ! จอมปลอมที่วางท่าคุณธรรม มารสังหารคน เขาเป็นคนสังหารชาวเมืองจิ้นทั้งหมด…”
ราชครูสังหารชาวเมืองจิ้นหรือ?
ปฏิกิริยาแรกของใต้เท้าฟ่านคือไม่เชื่อ
ราชครูเป็นผู้มีใจห่วงใยใต้หล้า เปี่ยมด้วยเมตตาอันยิ่งใหญ่
เขาจะลงมือสังหารชาวเมืองได้อย่างไร?
แต่ท่าทางของเฉี่ยวเหนียงก็ดูไม่เหมือนกำลังโกหก
เรื่องนี้มีความเข้าใจผิดอันใดหรือไม่?
เมื่อนึกถึงตรงนี้ ใต้เท้าฟ่านก็สงบอารมณ์ลง หันไปถามเฉี่ยวเหนียงว่า “คำที่เจ้ากล่าวเมื่อครู่ มีหลักฐานหรือไม่?”
“เจ้าบอกว่ามีคนบอกว่าเป็นราชครูที่สังหารชาวเมืองจิ้น คนผู้นั้นเป็นใคร แล้วเขารู้ได้อย่างไรว่าเรื่องนี้เป็นฝีมือราชครู?”
“เจ้าพาคนผู้นั้นมาพบข้าได้หรือไม่ ข้ามีคำถามมากมายอยากถามเขา”
ใต้เท้าฟ่านดำรงตำแหน่งเจ้ากรมพระอาญาสิทธิ์ ในแต่ละวันจึงพบเจอคดีน้อยใหญ่สารพัดมากที่สุด
หลังพ้นความตื่นตะลึง เขาก็สงบความคิดลงได้อย่างรวดเร็ว ก่อนซักถามเฉี่ยวเหนียงอย่างเป็นลำดับ
ระหว่างซักถามก็ลอบสังเกตปฏิกิริยาของเฉี่ยวเหนียงไปด้วย
จากประสบการณ์สืบคดีมาหลายปีของใต้เท้าฟ่าน ผู้ใดก็ตามที่โกหกย่อมมีพิรุธให้จับได้
ทว่าปฏิกิริยาของเฉี่ยวเหนียงกลับเหนือความคาดหมายของเขา
“คนผู้นั้นอ้างว่าเป็นคนที่ไท่จื่อส่งมา เขามาหาข้าผู้เป็นหญิงม่ายก็เพราะไม่อยากให้ชาวเมืองจิ้นต้องตายตาไม่หลับ”
คนที่ไท่จื่อส่งมาหรือ?
คิ้วของใต้เท้าฟ่านขมวดแน่นขึ้นเรื่อย ๆ
