“จิ่งเจี๋ยสนิทกับพี่หลวนและอ้วนขนาดนี้ ต้องเล่นบาสเป็นแน่ ไป ๆ จิ่งเจี๋ย พวกเรารอให้เธอมาช่วยกู้สถานการณ์อยู่เลย”
ซ่งจิ่งถูกหนุ่ม ๆ ที่เลือดร้อนหลายคนดันเข้าไปในโรงยิม
ในโรงยิมมีผู้คนเนืองแน่น นอกจากนักศึกษามหาวิทยาลัยซือเยี่ยนแล้ว ยังมีเชียร์ลีดเดอร์จากอีกมหาวิทยาลัยที่เดินทางมาโห่ร้องให้กำลังใจ แม้แต่ด้านหลังราวบันไดชั้นบนก็ยังเบียดเสียดไปด้วยผู้คน
ซูหลวนกับอ้วนสวมชุดบาสเกตบอลยืนอยู่ในเขตพักฝั่งมหาวิทยาลัยซือเยี่ยน เหงื่อท่วมตัว สีหน้าดูไม่ค่อยดีนัก
ซ่งจิ่งเหลือบมองกระดานคะแนน วันนี้มหาวิทยาลัยซือเยี่ยนแข่งกับมหาวิทยาลัยชิงเหอ ตอนนี้คะแนนอยู่ที่ 67 ต่อ 79 มหาวิทยาลัยซือเยี่ยนตามหลังถึง 12 คะแนน ต้องยิงสามแต้มลงถึงสี่ลูกจึงจะตีเสมอได้ แต่เวลาการแข่งขันเหลือเพียงสิบนาทีสุดท้ายของควอเตอร์นี้
“พี่หลวน จิ่งเจี๋ยกลับมาแล้ว!” หนุ่ม ๆ หลายคนดันซ่งจิ่งไปยังเขตพักที่ซูหลวนกับอ้วนอยู่
“โอ้โห จิ่งเจี๋ย ในที่สุดเธอก็กลับมา!” พออ้วนเห็นซ่งจิ่งก็ฮึกเหิมขึ้นมาทันที “เธอนี่เก่งจริง ๆ ถึงกับซ่อมโบราณวัตถุเป็นด้วย”
“ซ่งจิ่ง เธอมาถึงมหาวิทยาลัยตั้งแต่เมื่อไหร่ เพิ่งมาถึงเหรอ?” พอซูหลวนเห็นซ่งจิ่งก็เผลอกระตุกเสื้อบาสที่สวมอยู่ แล้วถอยหลังไปสองก้าว ไม่อยากให้ซ่งจิ่งได้กลิ่นเหงื่อจากตัวเอง
“อือ” ซ่งจิ่งพยักหน้า พลางมองคนที่อยู่ในเขตพัก ฝั่งมหาวิทยาลัยซือเยี่ยนขาดผู้เล่นไปหนึ่งคนจริง ๆ
“พี่หลวน พวกเราขาดคนอยู่ไม่ใช่เหรอ จิ่งเจี๋ยกลับมาพอดี แบบนี้ก็ครบแล้ว” หนุ่มที่ดันซ่งจิ่งเข้ามาพูดอย่างมั่นใจเต็มเปี่ยม ไม่ได้รู้สึกเลยว่าการดันผู้หญิงอย่างซ่งจิ่งลงสนามบาสชายในฐานะตัวสำรองจะไม่เหมาะสมตรงไหน
