ในห้องชุดเก่าสามห้องนอนที่ไม่กว้างนัก แสงในห้องนั่งเล่นสลัว มีโต๊ะบูชาตั้งอยู่ บนนั้นวางกระถางธูป กระดาษเงินกระดาษทอง และเทียนขาว
บนผนังเหนือโต๊ะบูชามีรูปถ่ายขาวดำของชายชราแขวนอยู่ ในบ้านยังมีคู่สามีภรรยาสองคู่นั่งอยู่พร้อมกับลูก ๆ ของพวกเขา
“ซ่งจิ่ง คุณปู่ตายแล้ว พวกเราเตรียมจะขายบ้านหลังนี้ วันนี้เธอย้ายออกไปซะ อย่ามาเกะกะขวางทางตอนที่พวกเราพาคนมาดูบ้าน” ลุงซ่งเป็นคนเอ่ยปากก่อน
“พี่ใหญ่ อย่าพูดจาไร้เยื่อใยขนาดนั้นสิ” ป้าซ่งยิ้มพลางทำทีเป็นคนกลาง “เสี่ยวจิ่ง เธอลองคุยกับพ่อแม่แท้ ๆ ของเธอดูได้ไหม ให้พวกเราครอบครัวละห้าแสน ยังไงบ้านพ่อแม่แท้ ๆ ของเธอก็เป็นคนมีเงิน ไม่เห็นจะใส่ใจเงินแค่นี้เลย”
ลุงซ่งตาเป็นประกาย น้องสาวของเขานี่ช่างคิดคำนวณเก่งจริง ๆ เงินค่าเลี้ยงดูจะได้สักเท่าไรกัน ให้เงินครอบครัวละห้าแสนแบบนี้คุ้มกว่าเยอะ
ลุงซ่งพยักหน้าอย่างตื่นเต้น “ใช่! ให้พ่อแม่แท้ ๆ ของเธอจ่ายให้พวกเราครอบครัวละห้าแสน ไม่อย่างนั้นอย่าหวังว่าจะได้กลับไปหาพ่อแม่แท้ ๆ ง่าย ๆ ฉันบอกไว้ก่อนนะ ถ้าบีบให้ฉันจนตรอกขึ้นมา ฉันทำได้ทุกอย่าง!”
“พวกคุณอยากได้เงิน อยากได้เท่าไรก็ไปขอจากตระกูลหลินเองสิ” ซ่งจิ่งก้มตาลงอย่างเย็นชา พลางจุดธูปเทียน ดวงตาคิ้วอันงดงามไร้อารมณ์เกินจำเป็น มีเพียงสีแดงคล้ำที่ซ่อนอยู่ใต้ดวงตาเท่านั้นที่เผยให้เห็นความโศกเศร้าจากการสูญเสียคุณปู่
“นี่เธอทำท่าทางอะไรของเธอ!” ลุงซ่งตบโต๊ะดังปังแล้วลุกขึ้นยืน จ้องเขม็งพร้อมตวาดใส่
“หลายปีมานี้เธอกินของบ้านเรา ใส่ของบ้านเรา พวกเรายังส่งเธอเรียนหนังสือ ให้เธอเอาเงินมาให้เราสักหน่อยยังกล้าทำหน้าบึ้งใส่พวกเราอีก เชื่อไหมว่าฉันจะตีเธอให้ตาย!”
ป้าซ่งพลอยทำหน้าบึ้งตามไปด้วย
ตระกูลหลินเป็นตระกูลเศรษฐีในไห่เฉิง ถ้าพวกเขากล้ามีหน้าขอเงินจากตระกูลหลินจริง ๆ ก็คงไม่ต้องมาเสียเวลาพูดกับซ่งจิ่งอยู่ตรงนี้
ซ่งจิ่งไม่แม้แต่จะชายตามองพวกเขา หันหลังกลับเข้าห้องไปหยิบกระเป๋า
ลูกชายคนเล็กของลุงซ่งกำลังรื้อค้นข้าวของของเธออยู่ในห้อง และแอบซ่อนของชิ้นหนึ่งไว้ตอนที่เธอไม่ทันสังเกต
ซ่งจิ่งเดินเข้าไปคว้าคอเสื้อด้านหลังของเด็กแล้วยกตัวเขาออกไป ก่อนจะโยนทิ้ง
“หยุดเดี๋ยวนี้!” ลุงซ่งคว้ากระเป๋าของซ่งจิ่งเอาไว้ “กล้าตีลูกชายฉันเหรอ ฉันจะตีเธอให้ตาย!”
“พ่อ ตีเธอเลย! ตีให้ตาย!” ลูกชายคนเล็กของลุงซ่งตะโกนอย่างได้ใจอยู่ข้าง ๆ พร้อมแลบลิ้นทำหน้าล้อเลียนซ่งจิ่ง
ซ่งจิ่งสีหน้าไร้อารมณ์
ถ้าไม่เห็นแก่ที่พวกเขาเป็นญาติเพียงกลุ่มเดียวที่คุณปู่เหลือไว้บนโลกนี้ เธอคงโยนพวกเขาลงจากหน้าต่างไปแล้ว
“บ้านจะจัดการยังไงก็แล้วแต่พวกคุณ” พูดจบเธอก็เปิดประตูเดินออกไปทันที ไม่สนใจปฏิกิริยาของคนอื่นในตระกูลซ่งแม้แต่น้อย
“เป็นไก่เขี้ยวเจ้าคุณที่เลี้ยงไม่เชื่องจริง ๆ มีพ่อแม่แท้ ๆ รวยขนาดนั้น ให้เงินพวกเราสักหน่อยยังไม่ได้” ลุงซ่งกัดฟันกรอด พูดไปพูดมาก็เผยรอยยิ้มเจ้าเล่ห์ออกมา “ยังดีที่ฮ่าวฮ่าวเอาตุ๊กตาผีที่พ่อทิ้งไว้ให้เธอมาได้แล้ว แค่เอาไปขายที่ตลาดผีก็ได้เงินเหมือนกัน”
ป้าซ่งตาเป็นประกาย “ดีเลย ตลาดผีหมู่บ้านหู่เปิดคืนนี้ รีบเตรียมตัวกันเถอะ”
ซ่งจิ่งขึ้นรถโดยสารคันหนึ่ง รถแล่นออกไปอย่างโคลงเคลง
เธอหยิบแคปซูลที่ได้รับจากพัสดุเมื่อวานออกมาจากกระเป๋า
นี่คือยานิวโรซินชนิดใหม่ ผลการทดลองแสดงให้เห็นว่ายานี้ไม่เพียงขยายความเจ็บปวดได้อย่างไร้ขีดจำกัด แต่ยังกระตุ้นความปรารถนาอันรุนแรงได้ด้วย
มีคนไม่มากนักที่จะยังข่มความปรารถนาของตัวเองได้ในยามเจ็บปวด
ซ่งจิ่งกลืนแคปซูลลงไปตามสบายแล้วดื่มน้ำตาม เธออยากลองดูว่ายาตัวใหม่ที่สถาบันวิจัยคิดค้นขึ้นมาจะดีจริงอย่างที่ว่าไว้หรือไม่
ไม่นานนัก คิ้วและดวงตางดงามของซ่งจิ่งก็ขมวดเข้าหากันอย่างฉับพลัน
คลื่นความร้อนแผดเผาระลอกหนึ่งแผ่กระจายออกมาจากอวัยวะภายในของเธอ ราวกับลาวาที่ปะทุระเบิดตูมขึ้นมา กระแทกเข้าใส่ทุกเซลล์และประสาทสัมผัสของเธอ
ซ่งจิ่งขมวดคิ้ว ยานิวโรซินแคปซูลชนิดใหม่ที่เธอกินเข้าไปเมื่อครู่เริ่มออกฤทธิ์แล้ว
นอกจากคลื่นความร้อนที่พุ่งสูงขึ้นเรื่อย ๆ แล้ว ยังมีอาการคันยุบยิบชวนทรมานเริ่มไต่ขึ้นมาจากซอกกระดูก ใบหน้าเล็ก ๆ ของเธอก็เริ่มมีสีแดงระเรื่อผิดปกติ
ซ่งจิ่งคว้ากระเป๋าสะพาย ลงจากรถที่ป้ายถัดไปแล้วหันหลังวิ่งเข้าป่า
เธอจำได้ว่ามีลำธารอยู่ไม่ไกลจากที่นี่ ตอนนี้ความร้อนในร่างกายต้องการน้ำเย็นมาช่วยลดอุณหภูมิอย่างเร่งด่วน
ฤทธิ์ยาที่เกิดจากตัวยาในเลือดกำลังทวีความรุนแรงขึ้นอย่างรวดเร็ว เธอต้องรีบจัดการปัญหานี้ให้ได้โดยเร็วที่สุด
ทางในป่าขรุขระเดินลำบาก ซ่งจิ่งเดินไปได้ช่วงหนึ่งก็หยุดฝีเท้าลงกะทันหัน
เธอพบลำธารแล้ว แต่ที่ริมลำธารมีผู้ชายคนหนึ่งนอนอยู่บนพื้น ไม่รู้ว่าตายหรือยังมีชีวิต
ซ่งจิ่งไม่สนใจ เดินผ่านไปแล้วกระโดดลงน้ำก่อน
ผิวหนังที่ร้อนผ่าวบนร่างกายถูกน้ำเย็นกระตุ้นจนเจ็บแปลบเหมือนถูกเข็มทิ่ม แม้อาการคันยุบยิบในร่างกายจะทุเลาลงเล็กน้อยจริง ๆ แต่ก็เป็นเพียงการดับกระหายด้วยยาพิษ
หลังจากความเย็นสบายเพียงชั่วครู่ อาการคันที่ทรมานราวกับหัวใจถูกเกาก็ยิ่งรุนแรงกว่าเดิม นอกจากนั้นร่างกายของเธอยังเริ่มร้อนขึ้น ยิ่งร้อน ความรู้สึกคันก็ยิ่งชัดเจน
สายตาของซ่งจิ่งเลื่อนไปยังผู้ชายที่นอนอยู่ริมลำธาร
เสื้อผ้าบนร่างของชายหนุ่มเปียกชุ่ม กล้ามเนื้อที่เห็นเป็นเค้าโครงอยู่ใต้เสื้อเปียกแนบเนื้อช่างเย้ายวนอย่างยิ่ง
ซ่งจิ่งกลืนน้ำลายโดยไม่รู้ตัว แล้วก้าวไปยืนข้างชายหนุ่มแล้ว
เธอยกมือของชายหนุ่มขึ้นมาจับชีพจร เพียงไม่กี่อึดใจก็ตัดสินใจได้
“คุณถูกพิษ เดิมทีควรจะตายไปแล้ว แต่คุณโชคดีที่มาเจอฉัน” ซ่งจิ่งไม่สนใจว่าชายหนุ่มจะได้ยินหรือไม่ “ร่างกายของคุณพิเศษ เลือดของคุณมีประโยชน์กับฉัน ฉันช่วยถอนพิษให้คุณได้ แต่มีข้อแม้ว่าคุณต้องเป็นยาถอนพิษให้ฉันด้วย”
นิ้วมือของชายหนุ่มขยับ ซ่งจิ่งเห็นเข้าทันที
“ดีมาก ในเมื่อคุณฟื้นแล้วก็จัดการง่ายขึ้น”
ซ่งจิ่งพูดไปพลางหยิบเข็มเงินที่ห่อไว้ออกจากกระเป๋าสะพาย นิ้วมือคลำบนตัวชายหนุ่มอยู่สองสามครั้ง ก่อนจะปักเข็มลงไป “ขออภัยด้วย”
สือเยี่ยนค่อย ๆ ลืมตาขึ้นอย่างเลื่อนลอย เขาถูกพิษเข้าอย่างหนัก ทุกอย่างตรงหน้าพร่ามัวไปหมด
เขาเห็นเพียงเงาคนคนหนึ่งไหววูบอยู่ตรงหน้า และฟังไม่ชัดด้วยว่าอีกฝ่ายพูดอะไร
ทันใดนั้นเขารู้สึกร่างกายผิดปกติขึ้นมา ส่วนเงาร่างพร่ามัวนั้นก็เริ่มแตะต้องเนื้อตัวเขา
เขาขยับตัวไม่ได้ แต่รับรู้ได้ว่าข้อมือถูกของมีคมกรีดจนเป็นแผล จากนั้นเงาร่างพร่ามัวก็โน้มเข้ามา แล้วก้มลงกัดที่ข้อมือของเขา
จู่ ๆ เจตนาสังหารก็เอ่อล้นขึ้นมาในใจสือเยี่ยน!
เขาถึงกับถูกผู้หญิงที่มองหน้าไม่ชัดคนหนึ่งดูดเลือดกลางป่ารกชัฏอย่างนั้นหรือ?
ฤทธิ์ของยาชนิดใหม่นี้รุนแรงมาก ซ่งจิ่งกลืนเลือดเข้าไปไม่น้อย ฤทธิ์ยาในร่างกายจึงสลายไปจนหมดในที่สุด
ร่างกายของซ่งจิ่งกลับมาเป็นปกติ เธอมองชายหนุ่มที่นอนอยู่บนพื้นแวบหนึ่ง แล้วหันหลังเดินเข้าป่าไป
ไม่นานซ่งจิ่งก็กลับมาอีกครั้ง ในมือมีสมุนไพรเพิ่มขึ้นมาหลายชนิด
เธอเคี้ยวสมุนไพรทั้งหมดจนแหลก ง้างปากชายหนุ่มแล้วป้อนเข้าไป
“อีกครึ่งชั่วโมงพิษในร่างกายคุณก็จะถูกถอนแล้ว”
ซ่งจิ่งมองหน้ากากหมาป่าดำที่ชายหนุ่มสวมอยู่ ยื่นมือออกไปแล้วก็ชักกลับ “ช่างเถอะ ฉันไม่ดูหรอกว่าคุณหน้าตาเป็นยังไง ฉันดื่มเลือดคุณไปแล้ว ทั้งยังช่วยถอนพิษให้คุณด้วย เราสองคนถือว่าไม่ติดค้างกัน คุณเองก็อย่าถือโทษโกรธกันเลย”
“ฉันไปแล้ว ต่อไปพวกเราคงไม่โชคร้ายได้พบกันอีก”
