“ท่าน...ท่านสือ?”
สือเยี่ยนที่กำลังจะตามซ่งจิ่งไปจำต้องหยุดฝีเท้า เขาหันไปมองอีกด้านของประตูบ้านพักตากอากาศ “คุณหลิน”
หลินไคเฉิงยังถือกระเป๋าเอกสารอยู่ในมือ สีหน้าดูเหนื่อยล้าอยู่บ้าง “ท่านสือมาอยู่ที่นี่ได้ยังไง...” พูดได้ครึ่งทาง หลินไคเฉิงก็นึกขึ้นได้ “ท่านสือมาส่งเสียวจิ่งกลับบ้านหรือครับ?”
ซ่งจิ่งอุ้มแมวดำน้อยออกมาแล้ว สือเยี่ยนหันกลับไปยิ้มให้เธอ ก่อนหันมาตอบคำถามของหลินไคเฉิง “ผมมารับซ่งจิ่งครับ”
หลินไคเฉิงมองซ่งจิ่ง สีหน้าชะงักไปเล็กน้อย “เสียวจิ่ง แกนี่...”
ซ่งจิ่งอุ้มเยี่ยนจู้เดินเข้ามา “ฉันได้โควตาเข้าเรียนตรงที่จิงต้าแล้ว ขั้นตอนลาออกจากมหาวิทยาลัยซือเยี่ยนก็เรียบร้อยแล้ว พอถึงเดือนกันยายนก็ไปสมัครเรียนปีสองที่จิงต้าได้เลย”
“แกจะไปจากไห่เฉิงแล้วเหรอ?” หลินไคเฉิงเป็นนักธุรกิจ ตั้งแต่ซ่งจิ่งติดต่อไจ้เจิ้งชิงให้ช่วยจัดการเรื่องที่ดินในเขตพัฒนาการฝั่งใต้ของไห่เฉิงให้เขา เขาก็พอจะรู้สึกได้ราง ๆ ว่าซ่งจิ่งไม่ธรรมดา แต่เขาก็ไม่ได้ซักถามอะไร
หนึ่ง เพราะในใจรู้สึกผิดกับซ่งจิ่ง เขาคิดว่าตัวเองไม่มีสิทธิ์เข้าไปก้าวก่ายเรื่องของเธอ
สอง เพราะกว่าจะได้ลูกสาวแท้ ๆ กลับคืนมา เขาจึงอยากตามใจเธอให้มากหน่อย ไม่ว่าซ่งจิ่งจะทำอะไร เขาก็เลือกที่จะสนับสนุน
“อืม” ซ่งจิ่งพยักหน้าอย่างเรียบเฉย
เธอรู้สึกได้ว่าหลินไคเฉิงอยากชดเชยให้เธอ แต่พื้นนิสัยของเธอแตกต่างจากคนทั่วไป ความต้องการทางความรู้สึกไม่ว่าจะด้านไหนก็ไม่ได้มากนัก ความผูกพันพ่อลูกระหว่างเธอกับหลินไคเฉิงที่ขาดหายไปสิบแปดปี สำหรับเธอแล้วเป็นเรื่องยากที่จะเติมเต็ม
อีกอย่าง เธอก็ไม่อยากฝืนตัวเองให้ต้องสวมบทลูกสาวที่ดี พยายามสร้างความสัมพันธ์อันดีกับพ่อแม่แท้ ๆ ตามที่ใคร ๆ เรียกกัน
“แก...” หลินไคเฉิงอยากพูดอะไรสักอย่าง แต่ก็รู้สึกว่าไม่ว่าจะพูดอะไรก็คงไม่มีสิทธิ์ในฐานะพ่ออยู่ดี
