เลขาฝนย่อมไม่กล้าให้ใครค้นกระเป๋าของซ่งจิ่ง แต่กรรมการสัมภาษณ์คนหนึ่งที่ไม่รู้เรื่องรู้ราวกลับเสนออย่างไม่รู้จักที่ต่ำที่สูงว่า “เลขาฝน ให้เธอค้นกระเป๋าซ่งจิ่งไปเลยดีไหม อย่างแรกจะได้พิสูจน์ว่าบริษัทเราไม่เกี่ยวกับเรื่องนี้ อย่างที่สองก็ถือโอกาสแสดงให้เห็นว่าการสัมภาษณ์ของเรายุติธรรม ไม่มีการล็อกตำแหน่งอย่างที่ว่าแน่นอน”
เลขาฝนเหลือบมองกรรมการสัมภาษณ์ที่พูด ก่อนหัวเราะหึโดยไม่ยิ้ม “ถ้าแน่จริงก็ไปค้นเองสิ ยังไงฉันก็ไม่กล้าหรอก อีกอย่าง ฉันกล้าเอาศักดิ์ศรีของตัวเองเป็นประกัน ซ่งจิ่งไม่มีทางวางยาเถิงเถียนเถียนแน่นอน”
“ศักดิ์ศรีของคุณน่ะหรือ? ใคร ๆ ก็รู้ว่าทำไมวันนี้ซ่งจิ่งถึงมาอยู่ที่นี่ คุณเอาศักดิ์ศรีมารับประกัน ก็แค่กลัวทำให้เจ้านายไม่พอใจเท่านั้นแหละ” เถิงเถียนเถียนกล่าวอย่างเดือดดาล “พวกคุณไม่กล้าค้นใช่ไหม งั้นฉันค้นเอง!”
“ไม่ได้!” เลขาฝนยื่นมือไปขวางทันที
“ให้เธอค้น” ในที่สุดซ่งจิ่งก็เอ่ยขึ้น สีหน้าเรียบเฉย “แต่ก่อนจะค้น ฉันขอถามอะไรเธอหน่อย ใครบอกว่าแนนามของซันไชน์เกิร์ลถูกล็อกไว้ให้ฉัน?”
“พนักงานของไป่เจียเอ็นเตอร์เทนเมนต์พูดกันเอง” เถิงเถียนเถียนตอบ
“ก่อนที่พวกคุณจะเซ็นสัญญาอย่างเป็นทางการ พนักงานของไป่เจียเอ็นเตอร์เทนเมนต์ไม่มีทางพูดคุยกับพวกคุณ เพื่อหลีกเลี่ยงข้อครหา” น้ำเสียงของซ่งจิ่งหนักแน่น “ใครเป็นคนบอกเธอ?”
แววตาของเหยียนอิงอิงวูบไหว เผยความประหม่าออกมาเพียงชั่วครู่
เถิงเถียนเถียนชะงักไป ก่อนตอบว่า “เหยียนอิงอิงบอกฉันว่าเฉินฉินไปสืบมาจากพนักงานของไป่เจียเอ็นเตอร์เทนเมนต์” พอพูดถึงตรงนี้ เธอก็เริ่มรู้สึกได้เองว่ามีบางอย่างไม่ชอบมาพากล
