“หึ ๆ ฉันก็ว่าแล้ว สภาพยากจนอย่างเธอจะมีเงินจ่ายได้ยังไง!” ฝานเชียนชินเอ่ยถากถางขึ้นมาก่อน
แววสะใจในความโชคร้ายของคนอื่นวาบผ่านดวงตาของหลินเหยียน
นับตั้งแต่ซ่งจิ่งปรากฏตัวขึ้นมา เธอก็รู้สึกรังเกียจคนประเภทที่ควรจะใช้ชีวิตอยู่ก้นบึ้งของสังคมอย่างเจียมตัว แต่สุดท้ายกลับโผล่มาขวางหูขวางตาเธอ
คนอื่น ๆ ในห้องประมูลได้ยินคำพูดของซ่งจิ่งแล้ว ต่างก็มีสีหน้าราวกับคาดไว้แล้ว ไม่มีใครแปลกใจเลย
“เฮ้อ! ฉันนึกว่าจะได้เห็นมหาเศรษฐีที่ไม่สนใจรูปลักษณ์ภายนอก แต่งตัวเรียบง่ายเพื่อมาสัมผัสชีวิตคนทั่วไป แล้วควักบัตรดำออกมาทำให้ทุกคนตกตะลึงเสียอีก”
“คิดว่านี่เป็นละครโทรทัศน์หรือไง มหาเศรษฐีที่ไหนจะใส่เสื้อผ้าจากแผงลอยกัน”
“เสนอราคากันสนุกพอแล้วสินะ ตอนนี้โดนโยนออกไป ไม่ใช่แค่ขายหน้าจนหมดท่า ยังอาจโดนซ้อมอีกยกด้วย กล้ามาก่อเรื่องที่บ้านประมูลตระกูลซู คงกินดีหมีหัวใจเสือมาแน่ ๆ”
“ฉันว่าเธอแอบปะปนเข้ามาในห้องประมูล แล้วจงใจแย่งหนังสือโบราณกับแพทย์หลวงฉินตอนที่กำลังเป็นจุดสนใจ ก็เพื่อเรียกความสนใจจากพวกเรา แล้วเลือกคนรวยสักคนในหมู่พวกเราเป็นนายทุนให้สินะ พวกคนจนก็เป็นแบบนี้แหละ คิดแต่จะนอนกับคนอื่นเพื่อร่ำรวย ไม่รู้ว่าควรดูถูกหรือควรชื่นชมดี!”
“รีบโยนคนทุเรศแบบนี้ออกไปเร็ว!”
บอดี้การ์ดที่ซูชิงโหรวส่งมารีบเดินเข้ามาทันที
ซ่งจิ่งใช้ปลายเท้าเขี่ยกระเป๋าเป้ที่วางอยู่บนพื้นให้ลอยขึ้นมา จากนั้นก็หยิบกล่องใบเล็กทรงยาวออกมาจากกระเป๋าอย่างสบาย ๆ แล้วยื่นให้บอดี้การ์ดที่เดินเข้ามา “เอาของชิ้นนี้ไปขายก่อน”
