“คุณหนู!”
พนักงานที่อยู่ข้าง ๆ รีบประคองซูชิงโหรวที่ร่างโงนเงนทันที
ซูชิงโหรวสูดลมหายใจให้ผ่อนคลาย มือทั้งสองข้างจับมุมบัตรกุหลาบดำทองไว้ ก่อนจะโน้มตัวลงเล็กน้อยและยื่นให้ซ่งจิ่งอย่างนอบน้อม
เมื่อคนอื่น ๆ ในสถานที่จัดประมูลเห็นชัดว่าสิ่งที่ซ่งจิ่งหยิบออกมาคือบัตรกุหลาบดำทอง ต่างก็มีสีหน้าราวกับเห็นผี
เรื่องนี้มันเหลือเชื่อเกินไปแล้ว! เสื้อผ้าที่เธอสวมตั้งแต่หัวจรดเท้าคาดว่าราคารวมกันไม่ถึงสองร้อยหยวน แต่กลับถือบัตรกุหลาบดำทองซึ่งมีเพียงใบเดียวในโลกอยู่ในมือ บัตรใบนี้กำหนดให้ต้องใช้จ่ายกับบ้านประมูลตระกูลซูอย่างน้อยหนึ่งพันล้านหยวน และมีรายได้อย่างน้อยหนึ่งพันล้านหยวนเช่นกัน
ในบ้านประมูลตระกูลซู บัตรสมาชิกเป็นสัญลักษณ์แสดงฐานะ และบัตรกุหลาบดำทองใบนี้ย่อมเป็นบัตรที่ทรงเกียรติที่สุด
ฝานเชียนชินเบิกตากว้าง แม้เธอจะไม่มีบัตรสมาชิกของตระกูลซู แต่ก็เคยศึกษาข้อมูลมา “คนจนอย่างเธอจะมีบัตรกุหลาบดำทองระดับสูงสุดได้ยังไง หรือว่าจะเป็นของปลอม?”
หลินเหยียนเองก็มองเห็นบัตรกุหลาบดำทองชัดเจน ความหงุดหงิดที่ไม่รู้สาเหตุพลันก่อตัวขึ้นในใจ เธอรู้สึกอยู่เสมอว่าบรรยากาศรอบตัวคนคนนั้นชวนให้รู้สึกคุ้นเคยอย่างน่าหงุดหงิด คล้ายกับซ่งจิ่ง...
หลินเหยียนเบิกตากว้างขึ้นมาทันที คนคนนั้นคงไม่ใช่ซ่งจิ่งหรอกนะ?
ไม่! เป็นไปไม่ได้หรอก! ยัยบ้านนอกที่เติบโตในเมืองเล็ก ๆ อาศัยเงินช่วยเหลือจากรัฐบาล จะมีบัตรกุหลาบดำทองของบ้านประมูลตระกูลซูได้ยังไง
แต่ทั้งบรรยากาศรอบตัวที่คล้ายซ่งจิ่ง รวมถึงเสื้อผ้าราคาถูกชุดนั้น...
