“ลุงยวี่เชิญผมมาดูละครด้วยตัวเอง ยังไงผมก็ต้องไว้หน้าอยู่แล้ว”
สือเยี่ยนปรายตามองซ่งจิ่งที่ถูกแขวนกลับหัวอย่างไม่ใส่ใจ “เธอเป็นใคร?”
ยวี่จงเฉวียนหัวเราะเยาะ “ซ่งจิ่งไง คุณจำเธอไม่ได้แล้วหรือ?”
“อ๋อ ที่แท้ก็เด็กสาวคนหนึ่งที่ผมเห็นว่าสวยและไร้เดียงสา เลยเข้าไปเกี้ยวพาราสีสินะ” สือเยี่ยนยิ้ม ก่อนเดินไปนั่งลงบนเก้าอี้อย่างสบายอารมณ์ “ลุงยวี่แขวนคนกลับหัวแบบนี้ แถมยังมืดตึดตื๋อ ผมก็เลยจำเธอไม่ได้จริง ๆ”
“ลุงยวี่เรียกผมมานี่ คงไม่ได้ตั้งใจจะเล่นรัสเซียนรูเล็ตต์จริง ๆ หรอกนะ?” สือเยี่ยนพูดพลางหยิบปืนที่วางอยู่ข้าง ๆ ขึ้นมา “กระบอกนี้หรือเปล่า?”
พูดจบ เขาก็เหนี่ยวไกดังแชะ ลำกล้องส่งเสียงว่างเปล่าออกมา
“น่าเสียดายจริง ๆ ไม่มีกระสุนเสียแล้ว” สือเยี่ยนยื่นปืนให้ “ลุงยวี่ ถึงตาคุณแล้ว”
ยวี่จงเฉวียนหรี่ตาลงเล็กน้อย จ้องพิจารณาสีหน้าของสือเยี่ยน แต่ชั่วขณะหนึ่งกลับคาดเดาไม่ออกเลยว่าสือเยี่ยนมีท่าทีต่อซ่งจิ่งอย่างไรกันแน่
จะว่าเขาไม่ใส่ใจจริง ๆ แค่ได้รับโทรศัพท์ก็รีบมาแล้ว แต่จะว่าเขาใส่ใจ พอมาถึงกลับยกปืนยิงใส่ซ่งจิ่งทันที
ถ้านัดแรกมีกระสุนอยู่ ตอนนี้ซ่งจิ่งคงตายไปแล้ว
“สือเยี่ยน ได้ยินมาว่าคุณดูจะชอบซ่งจิ่งมาก” ยวี่จงเฉวียนหยั่งเชิง “หรือข่าวลือนั่นจะเป็นเรื่องโกหก?”
สือเยี่ยนเกิดมาก็อยู่สูงเหนือคนอื่น บวกกับนิสัยและความสามารถของตัวเอง เขาไม่เคยเห็นใครอยู่ในสายตา
คุณหนูตระกูลดังในเมืองหลวงมีตั้งมากมายที่คลั่งไคล้เขา แต่ก็ไม่เคยเห็นเขาแสดงท่าทีดีต่อใครเลย แม้แต่ลูกสาวของเขาอย่างยวี่ย่าก็ไม่ใช่ข้อยกเว้น
