ทั่วทั้งเมืองหลวง ผู้หญิงที่อยากปีนขึ้นเตียงสือเยี่ยนต่อแถวกันได้ตั้งแต่ถนนวงแหวนรอบนอกสายที่เจ็ดฝั่งตะวันตกไปจนถึงถนนวงแหวนรอบนอกสายที่เจ็ดฝั่งตะวันออก
สือเยี่ยนไม่เคยชายตามองใครอย่างจริงจัง ยิ่งไม่ต้องพูดถึงการเปิดโอกาสให้ใคร
แต่ตอนนี้เขากลับพูดออกมาจากปากตัวเองว่ากำลังตามจีบสาวน้อยคนหนึ่ง แถมยังตามจีบอย่างระมัดระวัง หากเรื่องนี้แพร่ออกไป ไม่รู้ว่าคางของคนอีกกี่คนจะร่วงลงพื้น
สองพี่น้องตระกูลซูมีสีหน้าต่างกันไป สือเยี่ยนหันกลับไป โบกนิ้วให้คนที่อยู่ชั้นล่าง เหล่าหมอกับพยาบาลที่หลบอยู่ตรงประตูใหญ่ไม่กล้าเข้ามาถูกพาเข้ามาในห้องโถง
“ไปดูซิว่าตายสนิทหรือยัง”
หมอที่เดินเข้าไปตัวสั่น แผ่นหลังเย็นวาบ นี่ตกลงต้องการให้คนตายหรือให้คนรอดกันแน่?
หลินเหยียนที่ฟุบอยู่ข้างฝานเชียนชินได้ยินเสียงเย็นชานั้น สีหน้าก็เปลี่ยนไปหลายครั้ง
เธออยากเงยหน้าขึ้นดูว่าใครเป็นคนพูด แต่ตอนนี้ห้องโถงของบ้านประมูลตระกูลซูเงียบสนิท ทุกคนมีสีหน้าเคร่งเครียด อากาศอบอวลไปด้วยความเย็นยะเยือกและแรงกดดันอันแข็งกร้าวจนแทบหายใจไม่ออก
หลินเหยียนไม่เคยพบเจอบุคคลสำคัญที่มีอำนาจบารมีมากขนาดนี้มาก่อน ร่างกายจึงอดสั่นขึ้นมาไม่ได้ แต่สิ่งที่ทำให้เธอตกตะลึงยิ่งกว่าคือ บุคคลสำคัญคนนี้ดูเหมือนจะมาปกป้องซ่งจิ่ง
ซ่งจิ่ง ยัยเด็กบ้านนอกคนนี้ไปรู้จักบุคคลสำคัญเช่นนี้ได้อย่างไร?
หลังตรวจเสร็จ หมอก็พูดเสียงสั่น “ขาหักหนึ่งข้าง กระดูกก้นกบหัก ท้ายทอยกระแทกพื้นจนหมดสติ คน...คนยังไม่ตายครับ”
“ยังไม่ตายสนิทสินะ” สือเยี่ยนหันมาถาม “จะเอาให้ตายหรือให้รอด?”
