ซ่งจิ่งเลิกคิ้วขึ้น เธออยากรู้นักว่าสือเยี่ยนกำลังคิดจะเล่นลูกไม้อะไรอยู่กันแน่
“ได้สิ พอดีฉันจน ไม่มีเงินอยู่แล้ว ฝากพวกคุณจัดการเลยแล้วกัน”
สำหรับซ่งจิ่งที่วนเวียนอยู่แถวปากเหวแห่งความยากจนมาตลอด เมื่อมีคนโง่ยอมเสียเงินเดินมาถึงที่ให้เธอเอาเปรียบ เธอย่อมไม่มีทางปฏิเสธ
“ไม่มีปัญหา” ชีซางยิ้มละมุนราวกับสายลมวสันต์
สือเยี่ยนก้มตาลง ไม่รู้ว่าคิดอะไรอยู่ จู่ ๆ มุมปากก็ยกขึ้นเล็กน้อย
ทุกคนขึ้นรถเหมือนเดิม ชีซางกับเซียงเหวินซิงนั่งด้านหน้า ส่วนสือเยี่ยนกับซ่งจิ่งนั่งด้านหลัง
คราวนี้ชีซางเตรียมตัวมาดีมาก เขาหยิบแมวดำน้อยออกจากกระเป๋าของซ่งจิ่งล่วงหน้า แล้วอุ้มไว้ในอ้อมแขนเหมือนเดิม
“พี่จะไปกับพวกเขาเหรอ ไม่กลับบ้านก่อนหรือ?” หลินหยูวิ่งตามมา
“มีธุระ นายไปคลินิกหรือโรงพยาบาลเองสักแห่ง แล้วทายาซะ”
หลินหยูพูดว่า “ผมก็อยากไปกับพี่ด้วย”
ซ่งจิ่งเหลือบมองเขา หลินหยูเม้มปาก “รู้แล้วน่า พี่รีบกลับบ้านนะ ถ้าใครกล้ารังแกพี่ก็บอกผม ผมจะอัดมันให้ตายเลย!” ขณะพูด หลินหยูยังจงใจเหลือบมองที่นั่งของสือเยี่ยนเป็นพิเศษ
ซ่งจิ่งเลื่อนกระจกรถขึ้น
สือเยี่ยนยกมุมปากคล้ายยิ้มคล้ายไม่ยิ้ม “น้องชายเธอนี่มั่นใจในตัวเองดีนะ”
ซ่งจิ่งคร้านจะสนใจเขา เธอหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาเปิดเกมจับคู่ของ แล้วเอนตัวซุกลงบนเบาะอย่างเกียจคร้าน เริ่มเล่นเกมสบาย ๆ
ท่าทางของเธอเปิดเผยไร้กังวลอย่างยิ่ง เรียวขายาวเหยียดตรงไขว่ห้างอย่างไม่เรียบร้อยนัก อยากนั่งสบายแบบไหนก็ทำแบบนั้น ไม่มีความประหม่าและเกร็งเขินแม้แต่น้อยอย่างที่คนทั่วไปควรจะเป็น เมื่อต้องอยู่ในรถคันเดียวกับสือเยี่ยนตามลำพัง
