ทางกองถ่ายนี่ช่างหาเรื่องเก่งจริง ๆ ถึงกับเปิดลำโพงโทรศัพท์ให้เสียงออก แถมยังวางไมโครโฟนรับเสียงไว้ข้างโทรศัพท์อีก
เสียงของซ่งจิ่งจึงดังก้องไปทั่วสตูดิโอถ่ายทำทันที
ซูเสี่ยวเสี่ยงจ้องซ่งจิ่ง ฝีเท้าเซถลา สีหน้าสับสนเหม่อลอย เกือบทรุดลงไปนั่งกับพื้น
กองถ่ายยกป้ายส่งสัญญาณ พิธีกรจึงรีบกลับขึ้นเวที “ในเมื่อวันนี้คุณซูเตรียมตัวมาไม่พร้อมและไม่ได้นำผลงานมาด้วย งั้นขอเชิญผู้เข้าแข่งขันคนต่อไปครับ”
“อาจารย์เฟยอวี๋ ทางนี้จัดที่นั่งพิเศษไว้ให้คุณโดยเฉพาะ จะขึ้นมานั่งไหมครับ”
“ไม่เป็นไร ฉันนั่งตรงนี้แหละ มองเห็นชัดดี”
กองถ่ายรีบรับคำ ซูเสี่ยวเสี่ยงถูก ‘เชิญ’ ลงจากเวที ส่วนผู้เข้าแข่งขันคนต่อไปถือผลงานออกแบบขึ้นเวที พอรู้ว่าเฟยอวี๋อยู่ที่นี่ เจ้าตัวก็ตื่นเต้นและประหม่าอย่างเห็นได้ชัด ตอนเริ่มแนะนำตัวถึงกับกัดลิ้นตัวเอง ทำให้ผู้ชมพากันหัวเราะครืน บรรยากาศตึงเครียดจึงค่อย ๆ ผ่อนคลายลง
ซ่งจิ่งมองว่านซิวฉีที่ยืนอยู่ข้าง ๆ โดยไม่มีทีท่าว่าจะไปไหน “ปลายเดือนกุมภาพันธ์ฉันจะส่งต้นฉบับให้” ความหมายก็คือคุณไปได้แล้ว
“อย่าเย็นชาไร้หัวใจขนาดนั้นสิ” ว่านซิวฉียิ้ม “ฉันไม่ได้เจอคุณมานานแล้ว นาน ๆ ทีคุณจะมาที่เมืองหลวง หลังอัดรายการเสร็จไปกินข้าวด้วยกันเถอะ ฉันจองร้านไว้แล้ว”
“ไม่มีเวลา”
ว่านซิวฉีผิดหวังเล็กน้อย “ไม่มีเวลาจริง ๆ หรือแค่ไม่อยากมีเวลา”
“ไม่มีเวลาจริง ๆ ฉันยังมีธุระอย่างอื่น” ซ่งจิ่งเหลือบมองเขา ก่อนเปิดกระเป๋าหยิบต้นฉบับทั้งหมดส่งให้ “พวกนี้เป็นต้นฉบับที่วาดเสร็จแล้ว เพื่อกันไม่ให้มีใครลอกงานก่อนงานเปิดตัวสินค้าใหม่ คุณควรรีบจัดงานเปิดตัวให้เร็วที่สุด”
