เวลาที่หยุดนิ่งกลับมาไหลอีกครั้ง รอบข้างพลันอึกทึกครึกโครมขึ้นมา ไอ้ตัวโตจับมือย่อตัวอยู่บนพื้น ปากยังร้องครวญครางด้วยความเจ็บปวด
อ้วนกะพริบตาปริบ ๆ “เกิดอะไรขึ้น? ไอ้ตัวโตบาดเจ็บที่มือได้ยังไง?”
“ไม่รู้” ซูหลวนส่ายหน้าเช่นกัน แต่สิ่งแรกที่เขาทำโดยไม่รู้ตัวคือหันไปดูว่าซ่งจิ่งบาดเจ็บหรือเปล่า อย่างไรเสียไอ้ตัวโตก็ยืนป้องกันอยู่ตรงหน้าซ่งจิ่ง
คนอื่น ๆ ในสนามต่างก็ไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้น ทีมโรงเรียนชิงเหอรีบวิ่งเข้ามา “กัปตัน เป็นอะไรไป?”
ไอ้ตัวโตเงยหน้าจ้องซ่งจิ่ง
เซียงเหวินซิงพาคนเข้ามาในสนามบาสเกตบอล สองคนที่เดินนำรีบเข้าไปประคองไอ้ตัวโตให้ลุกขึ้น
“เฮ้ย! พวกคุณทำอะไรน่ะ?” สมาชิกทีมโรงเรียนชิงเหอถามเสียงเข้ม “จะพากัปตันของพวกเราไปไหน?”
เซียงเหวินซิงยิ้ม “เขาบาดเจ็บ พวกเราจะพาไปโรงพยาบาล พวกคุณเล่นต่อได้เลย!” พูดจบเขาก็พยักหน้าให้ซ่งจิ่ง ก่อนหันหลังเดินจากไป ส่วนสองคนที่อยู่ด้านหลังก็ประคองไอ้ตัวโตพาตัวไปทันที
ไอ้ตัวโตอ้าปากเหมือนอยากจะตะโกนอะไร แต่กลับพบว่าถึงปากจะอ้าและพูดออกมาแล้ว ก็ไม่มีเสียงใดดังออกมาเลย
ไอ้ตัวโตตกใจจนลนลาน ดิ้นรนหนีตามสัญชาตญาณ แต่มือที่ประคองตัวเขาไว้กลับแน่นราวกับคีมเหล็ก แข็งแรงจนทำให้เขาหวาดกลัว
ตอนนี้เขาถึงได้ตระหนักเสียทีว่าตัวเองไม่ได้เป็นผู้ถูกเลือกจากสวรรค์อย่างที่คิด คนที่มีพลังพิเศษเหมือนเขานั้นมีอยู่มากมาย
ซ่งจิ่งหันไปมองราวระเบียงชั้นสองอีกครั้ง สือเยี่ยนหันหลังเดินออกไปแล้ว ผู้อำนวยการหลี่กับคนอื่น ๆ เดินตามประกบเขาตลอดทาง
คงเป็นเพราะก่อนหน้านี้ไอ้ตัวโตเพิ่งปลุกพลังวิเศษขึ้นมาอย่างกะทันหัน แล้วยังใช้มันมั่ว ๆ ทั้งที่ตัวเองก็ไม่เข้าใจ คลื่นสารพลังวิเศษจึงดึงดูดความสนใจจากสำนักงานสาขาไห่เฉิงของสำนักพลังวิเศษ แต่ในกรณีแบบนี้ แค่เจ้าหน้าที่จากสำนักงานสาขาไห่เฉิงมาจับตัวก็พอแล้ว ไม่จำเป็นต้องทำให้สือเยี่ยน ผู้ตรวจการของสำนักงานพลังวิเศษต้องลงมือเองเลย
