สมุห์แซ่ซ่งโกรธจนไฟลุกท่วมหัว
“นางเป็นแค่สาวบ้านนอกที่เพิ่งเข้าจวนมาไม่กี่วัน จิตใจกลับอำมหิตถึงเพียงนี้”
“เรื่องคืนนี้ ข้าจะไปรายงานท่านโหว ให้ลงโทษนางอย่างหนัก”
ซ่งเสี้ยวอวี่พินิจใบหน้าของสมุห์แซ่ซ่งอย่างละเอียด
เดี๋ยวก่อนสิ ตาเฒ่านี่ตอนหนุ่ม ๆ เคยช่วยท่านโหวระบายไฟหรือ
กล้าหาญขนาดนั้นเชียว?
หนีโหวได้ยินว่าสมุห์แซ่ซ่งจะไปฟ้อง จึงจงใจโต้แย้งขึ้นมา
“คุณหนูสองไม่ใช่สาวบ้านนอก”
“นางคือบุตรสาวแท้ ๆ ของจวนโหว”
“พวกเจ้าตาบอด ปกป้องของปลอม แล้วยังมีหน้ามาสั่งสอนนางอีกหรือ ข้าตายเป็นผีก็ไม่ปล่อยพวกเจ้าไว้แน่”
“ถ้ารู้จักสำนึก ก็ไล่คุณหนูปลอมออกไปเสีย”
ซ่งเสี้ยวอวี่แทบจะปรบมือให้เขา
หนีโหวกับนางคิดตรงกันนี่นา เพื่อบรรลุเป้าหมายแล้วไม่เลือกวิธีการทั้งนั้น ก็ต้องดูแล้วว่าใครจะมีฝีมือเหนือกว่ากัน
โลกใบนี้ชักจะเพี้ยนขึ้นมาหน่อยแล้ว
น่าสนใจเสียจริง
ท่านโหวกับฮูหยินได้รับข่าว ก็รีบร้อนมาทันที
ซ่งซิวเหิงกับซ่งซิวเย่ตามมาด้านหลัง ส่วนคนที่เดินนำหน้าคือชายหนุ่มอายุยี่สิบต้น ๆ
คิ้วตาคล้ายท่านโหว รูปร่างสูงสง่า
ซ่งเสี้ยวอวี่ไม่เคยเห็นเขามาก่อน
คงเป็นบุตรชายคนโตของตระกูลซ่ง ซ่งซิวจิ้น
คนทั้งห้าของครอบครัวพรวดพราดเข้าไปในเก๋งหยู่เฟิ่ง
หากไม่รู้คงนึกว่าพวกเขารีบมาดูหน้าครั้งสุดท้าย พรุ่งนี้เตรียมกินเลี้ยงงานศพเสียอีก
ซ่งชิงฮวนเห็นคนที่จะมาให้ท้ายมาถึง ร่างก็อ่อนยวบลง
“ท่านพ่อ...”
ท่านโหวใจหาย รีบยื่นมือประคองนางไว้
“ใครทำร้ายเจ้า?”
น้ำตาของซ่งชิงฮวนไหลอาบลงมาตามคาง
“ลูกไม่เป็นไรเจ้าค่ะ”
“น้องเสี้ยวอวี่เพิ่งกลับเข้าจวน ในใจมีความขุ่นเคืองบ้างก็เป็นเรื่องปกติ ท่านพ่ออย่าตำหนินางเลย หากเป็นเพราะลูกทำให้ท่านพ่อท่านแม่กับน้องสาวผิดใจกัน ลูกมีความผิดถึงตายก็ยากจะชดใช้”
ซ่งเสี้ยวอวี่...สภาพจิตใจไม่ค่อยปกตินัก ความคิดก็ไม่ซับซ้อน ชอบปล่อยตัวตามสบาย แต่เป็นคนประหลาดที่มีกลิ่นอายพิกลพิการ พร้อมจะคลุ้มคลั่งได้ทุกเมื่อ
