บทที่ 47 ความละอายใจของจักรพรรดิ
เสิ่นเยี่ยนซูมองไปยังหมอหลวงเยี่ยน ก่อนเอ่ยช้า ๆ ว่า “รบกวนหมอหลวงเยี่ยนทูลฝ่าบาทว่า ยามดึกอย่าลืมเสวยน้ำแกงสงบใจ”
หมอหลวงเยี่ยนชะงักงันไป เสิ่นไฉเหรินตกอยู่ในสถานการณ์คับขันเช่นนี้ ชีวิตตนเองยังยากจะรักษาไว้ได้
หากเป็นนางสนมทั่วไปที่ได้รับความอยุติธรรมถึงเพียงนี้ ขอเพียงฝ่าบาทส่งคนมาเยี่ยม อย่างไรก็ต้องวิงวอนให้ฝ่าบาทช่วยพานางออกไป
เสิ่นไฉเหรินมิได้ขอความช่วยเหลือ มิได้พร่ำโอดครวญ และยิ่งมิได้เคียดแค้น
นางเฝ้ารอโอกาสที่จะส่งถ้อยคำไปถึงเบื้องพระพักตร์ได้อย่างยากเย็น ทว่าแท้จริงกลับเพียงต้องการฝากคนไปบอกเซียวฟ่างว่า ยามค่ำคืนอย่าลืมเสวยน้ำแกงสงบใจ
หมอหลวงเยี่ยนขยับริมฝีปาก ก่อนเอ่ยเตือนว่า “เหนียงเหนียงยังมีสิ่งใดจะรับสั่งอีกหรือไม่? ช่วงนี้ชีพจรเพื่อถวายพระพรของฝ่าบาทเป็นหน้าที่กระหม่อม กระหม่อมสามารถนำถ้อยคำไปทูลฝ่าบาทได้”
เสิ่นเยี่ยนซูยิ้มพลางส่ายหน้า “ไม่มีแล้ว”
หมอหลวงเยี่ยนไม่กล้าพูดอะไรต่อ จึงได้แต่เอ่ยเสียงเบาว่า “เหนียงเหนียงโปรดรักษาพระวรกาย ในคุกตำหนักเย่ถิงมีกฎเกณฑ์มากมาย กระหม่อมอยู่ต่อมิได้”
เขากวาดตามองซ้ายขวา ก่อนเอ่ยอย่างระมัดระวังว่า “เหนียงเหนียงเสวยขนมสักหน่อยเถิด”
เสิ่นเยี่ยนซูกล่าวขอบคุณ หมอหลวงเยี่ยนลุกขึ้นหิ้วหีบยาแล้วจากไปอย่างเร่งรุด
หมอหลวงเยี่ยนมาที่นี่ตามพระบัญชาของฝ่าบาท คนในคุกตำหนักเย่ถิงสัมผัสได้ว่าลมเปลี่ยนทิศ จึงไม่กล้ากลั่นแกล้งเสิ่นเยี่ยนซูอีก
อาหารสามมื้อในแต่ละวันถูกจัดส่งมาอย่างเอาใจใส่ยิ่งกว่าเดิม ถึงขั้นยกเตียงไม้เรียบง่าย โต๊ะ เก้าอี้ หมึก พู่กัน และหนังสือหลายเล่มเข้ามาให้ด้วย
หลังขันทีออกไปแล้ว เสิ่นเยี่ยนซูก็นำขนมที่ไฉหนี่ว์สวี่ทำให้ออกมา ด้านนอกห่อด้วยผ้าไหมเนื้อหนา
