เธอไม่ยอมพูด เช่นนั้นก็คงต้องค่อย ๆ ซักไปก่อน อย่างไรเสียพวกเขาก็มีเวลาเหลือเฟือที่จะค่อย ๆ เค้นถาม และมีแรงพอจะไล่ถามทุกรายละเอียดให้กระจ่าง
ซ่งเว่ยอันถามว่า “ลูกชายคุณเสียชีวิตเมื่อไหร่?”
ฟ่านเสียเงียบไปครู่หนึ่ง “เกือบห้าเดือนแล้วค่ะ”
“ทำไมถึงไม่แจ้งยกเลิกทะเบียนบ้าน ไม่ปล่อยให้เขาได้ไปสู่สุคติ แถมยังหาคนมาสวมรอยเป็นเขาอีก?”
ฟ่านเสียเม้มปาก ดูเหมือนจะต่อต้านการตอบคำถาม เธอคล้ายลังเลอยู่นาน กระทั่งหลิงอู๋โหยวเกือบจะหมดความอดทน เธอจึงเอ่ยขึ้นว่า “เพราะต้องจัดพิธีแต่งงานผีให้จื้อหย่วนค่ะ ถ้าแจ้งยกเลิกทะเบียนบ้าน พอกงไม้ไม้หายตัวไป ตำรวจก็คงสงสัยพวกเราอย่างรวดเร็ว”
ซ่งเว่ยอันถามย้ำ “เพราะอย่างนั้น คุณถึงปิดบังเรื่องที่ฉินจื้อหย่วนเสียชีวิต ก็เพื่อให้แผนจัดแต่งงานผีของเขาดำเนินไปได้ราบรื่นขึ้นงั้นเหรอ?”
ฟ่านเสียพยักหน้าเบา ๆ “ค่ะ”
“...พวกคุณวางแผนกันเป็นขั้นเป็นตอนจริง ๆ”
ซ่งเว่ยอันกระตุกมุมปาก ในใจคิดว่าพวกเขากว่าจะพบความจริงว่าฉินจื้อหย่วนตัวจริงเสียชีวิตไปนานแล้วก็ล่วงเลยไปมาก จากนั้นถึงได้รู้จุดประสงค์ของแต่งงานผี แล้วจึงไปตามหาแม่สื่อผีที่กล่าวอ้างกัน... หากยังไม่พบความจริงเสียที ความเข้าใจที่ว่า “ฉินจื้อหย่วนยังไม่ตาย” คงทำให้การสืบสวนคดีของพวกเขาถูกชี้นำผิดทางอย่างร้ายแรง
ซ่งเว่ยอันถอนหายใจ “ทำไมถึงต้องจัดแต่งงานผีให้ฉินจื้อหย่วน นี่เป็นเรื่องงมงายแบบศักดินา คุณก็รู้ใช่ไหมว่าไม่มีใครตอบได้ว่าหลังคนตายจะเป็นอย่างไร คุณกับสามีก็เป็นปัญญาชนที่มีการศึกษาสูง หน้าที่การงานก็ประสบความสำเร็จ ทำไมถึงได้งมงายในเรื่องนี้ล่ะ?”
