หลิงอู๋โหยวกับฉือซีกวานสบตากัน ทั้งคู่เห็นความจนใจอยู่ในแววตาของอีกฝ่าย
แม่ลูกคู่นี้หน้าด้านจริง ๆ
“ถูกต้อง” ฉือซีกวานพยักหน้า “อายุเท่านี้ก็ลงมือก่อคดีแล้ว ถ้าเธอไม่รู้สึกผิดเลยสักนิด การฆ่าคนก็คงไม่ใช่เรื่องใหญ่สำหรับเธอจริง ๆ”
เหรินเฉินเฉินเบ้ปาก “ฉันไม่ได้ตั้งใจสักหน่อย”
ฉือซีกวานถาม “ถ้าไม่ได้ตั้งใจ แล้วทำไมต้องปกปิดความจริง?”
“ทำไมถึงจะปกปิดไม่ได้ล่ะ?” เหรินเฉินเฉินเบิกตาขึ้นเล็กน้อย สีหน้าและน้ำเสียงเต็มไปด้วยความรู้สึกว่าเป็นเรื่องสมเหตุสมผล “ยังไงฉันก็ไม่ต้องรับโทษตามกฎหมาย แล้วตำรวจจะรู้หรือไม่รู้ว่าฉันเป็นคนฆ่า มันสำคัญขนาดนั้นเลยเหรอ? …อีกอย่าง เหรินหรานก็ตายไปแล้ว ทำไมยังต้องกลายเป็นมลทินของน้องชายแท้ ๆ อย่างฉันด้วย?”
“หึ ตกลงใครกันแน่ที่เป็นมลทินของใคร?” หลิงอู๋โหยวหัวเราะเยาะ “มีครอบครัวแบบพวกเธอ เหรินหรานตอนมีชีวิตอยู่ก็คงทุกข์ใจ พอตายไปแล้วคงเงยหน้าไม่ขึ้นแม้แต่อยู่ข้างล่างนั่นใช่ไหม? แล้วก็ที่บอกว่าไม่ต้องรับโทษก็ไม่จำเป็นต้องให้ใครรู้ เธอยังหลอกตัวเองอยู่ได้อีกนะ สมกับเป็นเด็กเบี่ยงเบนวัยเก้าขวบจริง ๆ”
เด็กเบี่ยงเบนวัยเก้าขวบ: …
คำนี้ฟังแล้วไม่น่ารักเลยนะ!
แล้วทำไมถึงย้ำเรื่องอายุอยู่ได้!
“ฮะ แค่ก ๆ” ฉือซีกวานกำหมัดปิดปากกลบเกลื่อนรอยยิ้ม “เอ่อ เหรินเฉินเฉินน้อย ฉันขอถามรายละเอียดเพิ่มอีกหน่อยนะ… คือเธอมองหน้าอีกฝ่ายไม่ชัดใช่ไหม?”
“ไม่ชัด” เหรินเฉินเฉินตอบ “เขาใส่เสื้อกันฝนสีดำ หมวกปิดหน้าส่วนบนไว้ แล้วหน้ากากก็ปิดส่วนล่างอีกที มองไม่เห็นเลย”
