ตอนนี้สือหยวนก้มหน้าหลุบตา ดูเศร้าสร้อยและหมดอาลัยตายอยากอย่างยิ่ง ยิ่งมีหน้าตาดีเป็นทุนเดิม ใครเห็นก็อดเกิดความเอ็นดูไม่ได้ รู้สึกว่าเขาถูกรังแกมา
หลิงอู๋โหยวผู้คลั่งไคล้คนหน้าตาดี นาน ๆ ทีถึงจะพูดจาอ่อนโยนสักครั้ง “ต้องทำท่าน่าสงสารขนาดนั้นเลยหรือไง? ก็แค่กาแฟแก้วเดียว... ได้ ๆ ฉันดื่มก็ได้ใช่ไหม?”
เธอยื่นมือไปหยิบแก้ว แต่สือหยวนเบี่ยงตัวหลบ พร้อมกล่าวอย่างใส่ใจเป็นพิเศษว่า “ช่างเถอะ ดึกแล้ว ดื่มเข้าไปเธอจะนอนไม่หลับ”
หลิงอู๋โหยวชะงักไปครู่หนึ่ง ก่อนชักมือกลับ “นั่นสินะ”
สือหยวน: ...ถึงกับไม่ยอมให้เขาแกล้งทำท่าน่าสงสารต่ออีกหน่อยเลยหรือ
“งั้นพรุ่งนี้... เธออยากดื่มอะไร?” สือหยวนคิดว่าพรุ่งนี้จะพยายามต่อ “ฉันลองทำให้ได้หมด”
หลิงอู๋โหยวนั่งกลับที่เดิม ตอบอย่างไม่ใส่ใจว่า “ไม่ต้องหรอก ยุ่งยากเปล่า ๆ”
สือหยวน: “ไม่ยุ่งยากเลย แค่ทำเพิ่มนิดหน่อยเอง”
หลิงอู๋โหยวหันมามองเขา จ้องอยู่หลายวินาที ไม่รู้ว่ากำลังคิดอะไรอยู่ แต่สุดท้ายก็ยอมตอบตกลง “งั้นพรุ่งนี้ฉันก็ดื่มแบบนี้แล้วกัน”
สือหยวนที่นึกว่าจะถูกปฏิเสธพลันอารมณ์แจ่มใสขึ้นทันตา “ได้”
แต่เช้าวันรุ่งขึ้น หลิงอู๋โหยวก็ยังไม่ได้ดื่มกาแฟที่สือหยวนตั้งใจชงให้ แน่นอนว่าไม่ใช่เพราะเธอจงใจ เพียงแต่เวลาออกไปปฏิบัติหน้าที่ เธอมักไม่ค่อยดื่มน้ำเพื่อเลี่ยงการเข้าห้องน้ำ ยิ่งไม่ต้องพูดถึงกาแฟที่มีฤทธิ์ขับปัสสาวะ
วันนี้กาแฟแห่งความห่วงใยของสือหยวนจะได้รับการลิ้มลองหรือไม่ ยังไม่มีใครรู้
“คดีนี้ส่งต่อมาจากสถานีตำรวจหลิวซ่าง” ซ่งเว่ยอันขับรถไปพลาง เล่าเรื่องคดีให้ทุกคนฟังคร่าว ๆ ไปพลาง “คดีคนหาย ผู้หญิงที่หายตัวไปชื่อ... กงไม้ไม้ คนแจ้งความคือเพื่อนของเธอ ต่งเฉินเฉิน”
