อาคารกรมตำรวจเมืองไห่โจวเองก็ดูยิ่งใหญ่และงดงามไม่น้อย ให้ความรู้สึกเรียบง่ายที่บรรจุประวัติศาสตร์เอาไว้ ส่วนอาคารในนิคมแห่งนี้กลับสร้างแรงกระแทกทางสายตาด้วยเทคโนโลยีสมัยใหม่ ประกาศถึงความทะเยอทะยานของไห่โจวต่อการพัฒนาใหม่ ยุคใหม่ และโอกาสใหม่
นิคมแห่งนี้กว้างใหญ่มาก กวนจื่อผิงพาเธอเดินวนอยู่หลายรอบ ทั้งยังถามคนที่เดินผ่านไปมาถึงสองคน กว่าจะหาตึกบริษัทที่เหมาเหวยกังทำงานอยู่เจอ
ทั้งสองแสดงบัตรให้พนักงานต้อนรับดู ก่อนจะเข้าไปในบริษัทได้อย่างราบรื่น พื้นที่ทำงานของเหมาเหวยกังอยู่ชั้นห้า พวกเขาเดินวนหาอยู่พักหนึ่ง กว่าจะเจอโต๊ะทำงานของเขา
บนโต๊ะทำงานมีของไม่มากนัก หลิงอู๋โหยวกับกวนจื่อผิงค้นโต๊ะโดยไม่รู้สึกกระอักกระอ่วน แม้เพื่อนร่วมงานที่นั่งอยู่ข้าง ๆ จะมองมาด้วยสายตาสงสัยระคนระแวงก็ตาม สุดท้ายก็พบว่ามีแต่เครื่องใช้สำนักงานธรรมดา ๆ แต่พอค้นไปได้ครึ่งทาง หลิงอู๋โหยวก็พลันนึกขึ้นได้ “พี่กวน เมื่อวานเราเจอโทรศัพท์ของเหมาเหวยกังหรือเปล่า?”
กวนจื่อผิงชะงักไป “เหมือนจะไม่เจอนะ?”
แล้วโทรศัพท์ของเขาอยู่ที่ไหน?
ทั้งสองสบตากัน ต่างก็มองเห็นปัญหานี้
“ไม่เป็นไร” กวนจื่อผิงปลอบ “ขอทำซิมเบอร์เดิมใหม่ได้”
หลิงอู๋โหยวพยักหน้า ดันลิ้นชักที่เปิดค้างไว้กลับเข้าที่ แล้วยืดตัวขึ้นมองสาวน้อยที่นั่งข้าง ๆ ซึ่งแอบชำเลืองมองเธอเป็นระยะ “สวัสดีค่ะ?”
สาวน้อยสะดุ้งโหยง “อ๊ะ คะ... สวัสดีค่ะ...”
กวนจื่อผิงหยิบบัตรตำรวจออกมา “สวัสดีครับ พวกเราเป็นตำรวจจากกรมตำรวจเมืองไห่โจว คุณรู้จักเหมาเหวยกังที่นั่งอยู่ข้าง ๆ ไหมครับ?”
