หลังวางสายได้ไม่นาน สือหยวนก็ส่งข้อความในกลุ่มว่าเขาเจอลวี่โหยวจวิ้นแล้ว หัวหน้าหน่วยซ่งจึงให้เขาพาลวี่โหยวจวิ้นไปดูศพก่อน เพื่อดูว่าอีกฝ่ายมีปฏิกิริยาอย่างไร
หลิงอู๋โหยวเองก็อยากไปดูว่าอีกฝ่ายแกล้งทำหรือเสียใจจริง ๆ แต่เธอยังมีงานต้องจัดการ จึงไม่ได้ไป
15 นาทีต่อมา สือหยวนส่งข้อความในกลุ่มว่าลวี่โหยวจวิ้นเป็นลม คาดว่าน่าจะเสียใจเกินไป ตอนนี้กำลังนอนหมดสติอยู่ในห้องพยาบาล
คนในกลุ่มต่างพากันโผล่มา
ฉือซีกวาน: “???”
กวนจื่อผิง: “???”
ซ่งเว่ยอัน: “เป็นลมจริงหรือแกล้งเป็นลม?”
สือหยวน: “ดูเหมือนจริงนะ ล้มลงไปกองกับพื้นเลย หัวเกือบกระแทกโต๊ะที่อยู่ข้าง ๆ ดีที่ผมประคองไว้ ไม่อย่างนั้นตอนนี้คงหัวแตกเลือดอาบแล้ว”
กวนจื่อผิงยังไม่เชื่อ “ไม่แน่อาจเป็นลมเพราะเห็นเลือดก็ได้ ปกติหลายคนเห็นเลือดนิดหน่อยก็ไม่เป็นไร แต่ถ้าเห็นภาพนองเลือดเกินไปก็รับไม่ไหว”
สือหยวน: “ก็เป็นไปได้”
ซ่งเว่ยอัน: “รอเขาฟื้นก่อนแล้วค่อยเก็บปากคำ”
สือหยวน: “ได้”
หลิงอู๋โหยวพิมพ์ไปสองคำว่า “ขอดูหน่อย”
สือหยวนจึงถ่ายรูปลวี่โหยวจวิ้นที่นอนอยู่บนเตียงคนไข้ส่งให้เธอดู ชายในภาพขมวดคิ้วน้อย ๆ สีหน้าดูบิดเบี้ยว หลับตาราวกับกำลังฝันร้ายจนไม่มีวันตื่น
ดูไม่น่าใช่การแกล้ง หลิงอู๋โหยวจึงถามต่อ “ก่อนเป็นลมเขาพูดอะไรหรือเปล่า?”
สือหยวนตอบกลับอย่างรวดเร็ว “พอเห็นศพก็ร้องเรียกเวยเวยด้วยสีหน้าเจ็บปวด จากนั้นก็เป็นลมไปเลย”
หลิงอู๋โหยว: “เข้าใจแล้ว”
สือหยวน: “อืม”
กลุ่มกลับมาเงียบสงบอีกครั้ง
กวนจื่อผิงแอบส่องคู่รักคุยกัน แต่เนื้อหาที่ทั้งสองคุยกันก็ปกติธรรมดาเกินไป เขาครุ่นคิดอยู่พักหนึ่งก็ยังจับพิรุธอะไรไม่ได้ จึงหันไปดูภาพจากกล้องวงจรปิดต่อ
