หลิงอู๋โหยวไม่ทันสังเกตว่าซ่งเว่ยอันกลับมาตั้งแต่เมื่อไร
เขาพาเอาไอเย็นกับละอองฝนที่เกาะอยู่บนเสื้อกันหนาวเข้ามาหยุดข้างฉือซีกวาน ทำเอาอีกฝ่ายสะดุ้ง “หัวหน้าหน่วยซ่ง กลับมาแล้วเหรอครับ? เปียกไปหมดเลย ไม่ได้พกร่มมาเหรอ?”
ซ่งเว่ยอันหยิบทิชชูบนโต๊ะของเขามาเช็ดอย่างส่ง ๆ พลางถามด้วยน้ำเสียงฉงน “พกมาสิ แต่ฝนมันสาดปลิวจนบังไม่อยู่ นายดูกล้องวงจรปิดไปถึงไหนแล้ว?”
พอถูกถามถึงเรื่องนี้ ฉือซีกวานก็อดทำหน้าอึดอัดไม่ได้
“ผมดูหลายรอบแล้ว แต่ก็ยังไม่เห็นเซียวเวยเซี่ยวเลย ชั้น 18 เป็นเขตชมวิว คนเยอะก็จริง แต่ช่วงสิบนาทีกว่านั้นผมย้อนดูไปเจ็ดแปดรอบแล้ว จนจำหน้าทุกคนในภาพได้เกือบหมด ก็ยังหาเซียวเวยเซี่ยวไม่เจอ ผมว่าเธอตายอยู่ในเขตโรงแรมชั้น 19 ถึง 25 จริง ๆ”
“กล้องในลิฟต์ก็ดูหลายรอบแล้ว เธอไม่ได้ขึ้นลิฟต์แน่นอน มีแค่ตอน 19:17 น. ที่เดินผ่านล็อบบี้โรงแรมตรงนั้น พอพ้นระยะกล้องก็หายไปเลย... อ้อ ลวี่โหยวจวิ้นก็เหมือนกัน ว่าแต่เมื่อกี้ตอนคุณไม่อยู่ น้องหลิงกับสือหยวนพวกเขาลองสาธิตให้ดูด้วย...”
ฉือซีกวานเล่าข้อสันนิษฐานก่อนหน้านี้ให้ซ่งเว่ยอันฟังคร่าว ๆ อีกฝ่ายพยักหน้า
“งั้นรอจื่อผิงกับสือหยวนไปเอาภาพจากกล้องวงจรปิดเขตโรงแรมชั้นบนมาก่อนแล้วค่อยว่ากัน”
“ครับ ๆ”
หลังดูเจ้าหนุ่มคนนี้เสร็จ ซ่งเว่ยอันก็อ้อมไปหาหลิงอู๋โหยว ไม่รู้ทำไมมือทั้งสองข้างถึงไปไพล่หลังเองอย่างเป็นธรรมชาติ ก่อนจะก้มตัวลงดูศิษย์ตัวน้อย “น้องหลิง เป็นยังไงบ้าง?”
